ความแตกต่างระหว่าง “โฉนดที่ดิน” และ “หนังสือรับรองการทำประโยชน์” (น.ส. 3, น.ส. 3 ก, น.ส. 3 ข) ตามหลักกฎหมาย

ในการดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย จำนอง หรือแม้กระทั่งการขออนุญาตสร้างวัด เอกสารสำคัญที่ต้องใช้คือ “เอกสารสิทธิในที่ดิน” ซึ่งเอกสารที่พบเห็นได้บ่อยและมักสร้างความสับสนคือ “โฉนดที่ดิน” และ “หนังสือรับรองการทำประโยชน์” (น.ส. 3, น.ส. 3 ก, น.ส. 3 ข) บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างของเอกสารทั้งสองประเภทนี้ในแง่มุมของสถานะทางกฎหมาย สิทธิ และความมั่นคง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง  

1. โฉนดที่ดิน: กรรมสิทธิ์ที่สมบูรณ์

  • สถานะทางกฎหมาย: โฉนดที่ดินถือเป็นเอกสารสิทธิในที่ดินประเภท “สูงสุด” ตามประมวลกฎหมายที่ดิน แสดงถึง “กรรมสิทธิ์” ที่ชัดเจนและได้รับการรับรองจากรัฐอย่างเต็มที่  
  • สิทธิและความมั่นคง: ผู้ถือโฉนดมีสิทธิในที่ดินอย่างสมบูรณ์ มีความมั่นคงของสิทธิสูงมาก สามารถโอนกรรมสิทธิ์ ซื้อขาย หรือจำนองได้ง่าย  
  • ความชัดเจนของขอบเขต: ที่ดินที่มีโฉนดได้ผ่านการสำรวจรังวัดและทำแผนที่ระวางไว้แล้ว จึงมีขอบเขตเนื้อที่ที่ชัดเจนแน่นอน  
  • ความน่าเชื่อถือ: เป็นเอกสารที่สถาบันการเงินยอมรับในการทำธุรกรรม เช่น การจำนอง เพื่อเป็นหลักประกันการกู้ยืม  

2. หนังสือรับรองการทำประโยชน์: สิทธิครอบครองที่รอการพัฒนา

  • สถานะทางกฎหมาย: หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3, น.ส. 3 ก, น.ส. 3 ข) เป็นเอกสารแสดง “สิทธิในการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดิน” ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ถือเป็นหลักฐานเชิงข้อเท็จจริงว่าผู้ถือได้เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินมาแล้วตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ยังไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์เต็มที่ และมีสถานะทางกฎหมายต่ำกว่าโฉนดที่ดิน  
  • สิทธิและความมั่นคง: มีความมั่นคงของสิทธิต่ำกว่าโฉนดที่ดิน สิทธิที่มีอยู่ยังไม่สมบูรณ์ เป็นเพียงการรับรองว่าน่าจะมีสิทธิได้กรรมสิทธิ์ในอนาคต การโอนสิทธิทำได้เฉพาะสิทธิในการครอบครอง ไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์  
  • ความชัดเจนของขอบเขต:
    • น.ส. 3 (แบบเก่า): ยังไม่ได้รังวัดกำหนดเขตชัดเจนในแผนที่ ระบุตำแหน่งจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ  
    • น.ส. 3 ก (แบบใหม่): มีการรังวัดและทำแผนที่แล้ว พิกัดและขอบเขตชัดเจนกว่า น.ส. 3 มาก  
    • น.ส. 3 ข: คล้าย น.ส. 3 ก แต่ออกให้ในกรณีที่การรังวัดเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดที่ดินของรัฐ  
  • ความน่าเชื่อถือ: ความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมต่ำกว่าโฉนดที่ดิน สถาบันการเงินส่วนใหญ่มักไม่รับเป็นหลักประกัน  

บทสรุป

โฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งในด้านฐานทางกฎหมายและความมั่นคงของสิทธิ โฉนดที่ดินแสดงถึง “กรรมสิทธิ์ที่สมบูรณ์” ในขณะที่หนังสือรับรองการทำประโยชน์แสดงเพียง “สิทธิครอบครองที่รอการพัฒนาสู่กรรมสิทธิ์”  

ในการดำเนินการสำคัญ เช่น การสร้างวัด การมีเอกสารสิทธิที่ถูกต้องและชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ โดยโฉนดที่ดินจะมีความได้เปรียบที่สุด เนื่องจากแสดงกรรมสิทธิ์ชัดเจน ทำให้กระบวนการต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะ น.ส. 3 ก และ น.ส. 3 ข ที่มีขอบเขตชัดเจน แต่อาจต้องมีการชี้แจงสถานะเพิ่มเติม  

คำแนะนำ: ก่อนนำที่ดินที่เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์มาใช้ในโครงการสำคัญ ควรปรึกษากรมที่ดินหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินให้สมบูรณ์ก่อน เพื่อความมั่นใจในระยะยาว  

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *