ประเภทและหลักเกณฑ์ของเอกสารสิทธิ์ที่ดินประกอบการยื่นคำขออนุญาตสร้างวัดในพระพุทธศาสนา

ในกระบวนการยื่นคำขออนุญาตสร้างวัดตามระเบียบปฏิบัติของคณะสงฆ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง “ที่ดิน” ถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ความชัดเจนในสถานะทางกฎหมายของที่ดินจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้มุ่งอธิบายถึงประเภทของเอกสารหลักฐานแสดงสิทธิในที่ดินที่ผู้ขออนุญาตจะต้องจัดเตรียมเพื่อประกอบการพิจารณา ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น ๒ กรณีหลักตามลักษณะการถือครองที่ดิน ดังนี้

๑. กรณีการใช้ที่ดินของเอกชน

หากที่ดินที่จะนำมาใช้ก่อสร้างวัดเป็นที่ดินส่วนบุคคล ผู้ยื่นคำขอจะต้องแสดงหลักฐานยืนยันกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อป้องกันข้อพิพาทในภายหลัง เอกสารสำคัญที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ประกอบในแบบคำขอสร้างวัด (แบบ ศถ.๑) ได้แก่

  • โฉนดที่ดิน
  • หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓, น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓ ข.)

เงื่อนไขสำคัญ: เอกสารสิทธิ์ที่นำมาแสดงจะต้องระบุสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจนของผู้ถือครอง และที่สำคัญที่สุดคือ ที่ดินแปลงดังกล่าวจะต้องมีสถานะปลอดจากภาระผูกพันใดๆ ทางกฎหมาย (อาทิ การจำนอง การขายฝาก หรือการอายัด) จึงจะสามารถนำมาใช้ในการสร้างวัดได้

๒. กรณีการใช้ที่ดินของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐ

ในกรณีที่ที่ดินซึ่งประสงค์จะใช้เป็นที่ตั้งวัดเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ หรืออยู่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐ ผู้ขออนุญาตจะต้องดำเนินการขออนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ และนำเอกสารดังต่อไปนี้มาประกอบการพิจารณาแทนเอกสารสิทธิ์ของเอกชน:

  • หนังสืออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินแปลงนั้น ซึ่งแสดงความยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อการสร้างวัด
  • บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้ที่ดินของทางราชการ ตามแบบฟอร์มที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำหนดไว้

ข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารด้านที่ดิน

เพื่อให้การพิจารณาคำขออนุญาตสร้างวัดเป็นไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตามระเบียบปฏิบัติ ผู้ยื่นคำขอควรตระหนักถึงข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับเอกสารด้านที่ดิน ดังนี้:

  1. การรับรองความถูกต้อง: เอกสารที่นำส่งเป็นสำเนาทุกฉบับ จะต้องมีการลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจหรือเจ้าของเอกสาร
  2. การแสดงเจตนาทางนิติกรรม (เฉพาะกรณีที่ดินเอกชน): นอกเหนือจากตัวเอกสารสิทธิ์แล้ว เจ้าของที่ดินจะต้องทำ “หนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัด” (ตามแบบ ศถ.๒) ไว้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อเป็นหลักฐานทางกฎหมายยืนยันเจตนาว่าจะดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่วัด เมื่อวัดได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างถูกต้องแล้ว
  3. รายละเอียดในแผนผังประกอบ: จะต้องมีการจัดทำแผนผังแสดงที่ตั้งและขอบเขตที่ดินอย่างชัดเจน โดยใช้วิธีการขยายรูปแผนที่จากเอกสารสิทธิ์หลัก (เช่น จากโฉนดที่ดิน หรือ น.ส. ๓) และจัดทำตามมาตราส่วนที่ทางราชการกำหนด (เช่น ใช้มาตราส่วน ๑ : ๕๐๐ สำหรับที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน ๑๐ ไร่) เพื่อประกอบการพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งวัด

บทสรุป การเตรียมเอกสารสิทธิ์ที่ดินให้ถูกต้องและครบถ้วนตามประเภทของการถือครอง ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเอกชนหรือที่ดินของรัฐ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการขออนุญาตสร้างวัด เพื่อให้มั่นใจว่าศาสนสถานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นตั้งอยู่บนฐานที่ชอบด้วยกฎหมายและมีความมั่นคงถาวร

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *