แนวทางการดำเนินการทางกฎหมายกรณีผู้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดถึงแก่กรรมก่อนการตั้งวัดเสร็จสิ้น
กระบวนการสร้างวัดจนกระทั่งได้รับการประกาศตั้งเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น เป็นการดำเนินงานที่ต้องใช้ระยะเวลาและมีขั้นตอนละเอียดอ่อน ในบางกรณีอาจเกิดเหตุสุดวิสัยที่ผู้ริเริ่มหรือผู้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด (มักเป็นเจ้าของที่ดิน) ถึงแก่กรรมลงในระหว่างที่กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายแนวทางปฏิบัติและข้อกำหนดทางกฎหมายเพื่อให้ทายาทหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถสานต่อเจตนารมณ์ในการตั้งวัดให้สำเร็จลุล่วงต่อไปได้
ตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการและคณะสงฆ์ หากปรากฏว่าผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตให้สร้างวัดได้ถึงแก่กรรมลงก่อนที่กระบวนการขอตั้งวัดจะแล้วเสร็จ ทายาทหรือผู้แทนโดยชอบธรรมสามารถดำเนินการแทนได้ โดยมีหลักเกณฑ์และขั้นตอนปฏิบัติที่สำคัญ ๓ ประการ ดังนี้:
๑. สิทธิในการดำเนินกระบวนการแทน (Succession of Application Rights)
เมื่อผู้ได้รับอนุญาตเดิมถึงแก่กรรม สิทธิและหน้าที่ในการดำเนินเรื่องขอยกฐานะเป็นวัดไม่ได้สิ้นสุดลง ทายาททางกฎหมายหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายอย่างถูกต้อง สามารถเข้ามาเป็นผู้ดำเนินกระบวนการแทนได้ โดยมีสิทธิยื่นรายงานการขอตั้งวัด (ตามแบบ ศถ.๓) ต่อผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดในพื้นที่ เพื่อแสดงเจตจำนงในการสานต่อการจัดตั้งวัดให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไป
๒. การจัดเตรียมเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม (Additional Documentation Requirements)
เพื่อให้การพิจารณาของเจ้าหน้าที่รัฐและคณะสงฆ์เป็นไปอย่างถูกต้องและมีความชัดเจนในทางกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องกรรมสิทธิ์และการสืบทอดสิทธิ ผู้ยื่นเรื่องแทนจำเป็นต้องแนบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมประกอบคำขอตั้งวัด นอกเหนือจากเอกสารปกติ ดังนี้:
- หลักฐานการถึงแก่กรรม: ใบมรณบัตรของผู้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเดิม เพื่อยืนยันเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงผู้ยื่นคำขอ
- หลักฐานแสดงอำนาจดำเนินการ: ในกรณีที่ผู้มาขอตั้งวัดแทนไม่ใช่ทายาทโดยตรงเพียงผู้เดียว หรือเป็นการดำเนินการในนามกลุ่มทายาท จำเป็นต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมายจากทายาทผู้มีสิทธิ เพื่อแสดงถึงอำนาจในการดำเนินการแทน
- หลักฐานเกี่ยวกับสถานะครอบครัว: หากผู้ได้รับอนุญาตเดิมมีคู่สมรส จะต้องแนบสำเนาทะเบียนสมรส และหากคู่สมรสถึงแก่กรรมแล้ว ก็ต้องแนบใบมรณบัตรของคู่สมรสด้วย ทั้งนี้เพื่อความชัดเจนในการตรวจสอบสิทธิในทรัพย์สิน (ที่ดิน) ที่จะโอนให้วัดในอนาคต
๓. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (Transfer of Property Ownership)
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งในการตั้งวัดคือการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้เป็นของสงฆ์ ในกรณีนี้ เมื่อกระบวนการพิจารณาผ่านความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีข้อกำหนดให้ทายาทต้องดำเนินการดังนี้:
- หน้าที่ของทายาท: ทายาทผู้มีสิทธิในที่ดินมรดก มีหน้าที่ตามกฎหมายในการดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงที่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด พร้อมทั้งอาคารเสนาสนะและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่อยู่บนที่ดินนั้น ให้แก่วัดที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นใหม่
- กรอบระยะเวลา: การโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าวจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการให้ความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม
บทสรุป แม้ว่าผู้ริเริ่มสร้างวัดจะถึงแก่กรรมไปก่อนที่ภารกิจจะสำเร็จ แต่ระเบียบทางราชการได้เปิดช่องทางให้ทายาทสามารถสืบสานกุศลเจตนานั้นได้ โดยการปฏิบัติตามขั้นตอนการยื่นเรื่องแทน การเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน และการดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้วัดที่สร้างขึ้นได้มีสถานะทางกฎหมายที่มั่นคงถาวรสืบไป

