วิสัยทัศน์นักอนุรักษ์: พระกรณียกิจด้านการพิทักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ในคราวเสด็จตรวจการคณะสงฆ์ตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วราชอาณาจักรสยามเมื่อกว่าศตวรรษก่อน ภารกิจของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส มิได้จำกัดอยู่เพียงการจัดระเบียบปกครองสงฆ์หรือการวางรากฐานการศึกษาเท่านั้น แต่ภายใต้พระเนตรอันแหลมคมของนักปราชญ์ พระองค์ทรงมองเห็นคุณค่าล้ำค่าที่ซุกซ่อนอยู่ตามโบราณสถานและวัดร้างกลางพงไพร ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่กำลังเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา
๑. การประเมินคุณค่าทางประวัติศาสตร์และพุทธศิลป์
ทุกครั้งที่เสด็จไปยังท้องถิ่นต่างๆ สิ่งหนึ่งที่ทรงปฏิบัติเป็นกิจวัตรควบคู่ไปกับการตรวจเยี่ยมคณะสงฆ์ คือการเสด็จทอดพระเนตรโบราณสถานและโบราณวัตถุ ทั้งที่ยังคงสภาพและที่เป็นซากปรักหักพัง
พระองค์ทรงพบเห็นโบราณวัตถุล้ำค่า เช่น พระพุทธรูปศิลาโบราณ หรือเจดีย์ที่ชำรุดทรุดโทรมจากการถูกทอดทิ้ง พระองค์จึงทรงทำหน้าที่เป็น “ผู้นำทางปัญญา” ชี้แนะให้พระสงฆ์และชาวบ้านในท้องถิ่นตระหนักถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ประเมินค่ามิได้ เพื่อสร้างความหวงแหนและร่วมกันดูแลรักษาสมบัติของบรรพบุรุษ มิให้กลายเป็นเพียงก้อนอิฐก้อนหินที่ไร้ความหมาย
๒. ปรัชญาการอนุรักษ์: “คงคุณค่าดั้งเดิม มิใช่เพียงการสร้างใหม่”
ในยุคสมัยที่ความรู้ด้านการอนุรักษ์เชิงวิชาการยังไม่แพร่หลาย การปฏิสังขรณ์วัดวาอารามมักทำโดยการรื้อถอนของเก่าเพื่อสร้างใหม่ทับ หรือการโบกปูนปิดทับลวดลายวิจิตรเดิม แต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำ โดยทรงวางแนวทางสำคัญไว้ว่า “การบูรณะต้องไม่ทำลายสิ่งที่มีคุณค่าเดิม”
เมื่อทรงพบเห็นศาสนสถานที่มีคุณค่าทางศิลปกรรมแต่ทรุดโทรม พระองค์จะทรงแนะให้ซ่อมแซมโดยรักษาเค้าโครงและความงามดั้งเดิมไว้ เพื่อต่อลมหายใจให้โบราณสถานโดยไม่พรากจิตวิญญาณและรากเหง้าของศิลปะชิ้นนั้นไป ถือเป็นรากฐานสำคัญของศาสตร์การอนุรักษ์ในปัจจุบัน
๓. มาตรการเชิงรุกเพื่อพิทักษ์มรดกชาติ
นอกจากการชี้แนะเชิงทฤษฎีแล้ว พระองค์ยังทรงมีบทบาทสำคัญในการปกป้องสมบัติชาติอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
- การเคลื่อนย้ายเพื่อความปลอดภัย: หากทรงพบโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่ตั้งอยู่ในที่สุ่มเสี่ยงต่อการสูญหายหรือถูกทำลาย จะทรงแนะนำให้เคลื่อนย้ายไปประดิษฐานในสถานที่ที่เหมาะสมและปลอดภัย
- การสนับสนุนทุนทรัพย์: ในกรณีที่วัดขาดแคลนงบประมาณในการปฏิสังขรณ์ พระองค์มักทรงบริจาคทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ หรือทรงเป็นธุระจัดหาผู้มีจิตศรัทธามาสนับสนุนการดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วง
บทสรุป
รอยทางที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้เสด็จผ่านไป จึงมิได้ทิ้งไว้เพียงความมั่นคงของระเบียบวินัยสงฆ์เท่านั้น หากแต่ยังเป็นการ “กู้ชีพ” มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติจากการถูกลืมเลือน พระกรณียกิจเหล่านี้สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพในการผสานงานด้านศาสนจักรเข้ากับงานอนุรักษ์มรดกของแผ่นดินได้อย่างสมบูรณ์ ทิ้งไว้ซึ่งความภาคภูมิใจให้แก่ชนรุ่นหลังตราบจนทุกวันนี้
เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส กับการพัฒนาสยามประเทศ

