กระบวนการดำเนินงานภายหลังการโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมา: สาระสำคัญที่วัดและพุทธศาสนิกชนควรรู้
ภายหลังจากที่วัดได้ดำเนินการยื่นขอรับพระราชทาน “วิสุงคามสีมา” จนถึงขั้นตอนที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วนั้น ภารกิจถัดมาคือกระบวนการทางธุรการและทางปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้เขตพื้นที่ดังกล่าวมีสถานะเป็น “ที่ดินของพุทธจักร” โดยสมบูรณ์ตามกฎหมายและพระธรรมวินัย
บทความนี้จะสรุป ๖ ขั้นตอนสำคัญภายหลังได้รับพระบรมราชโองการ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ
๑. การจัดทำสำเนาและเตรียมประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะดำเนินการจัดทำสำเนาประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา โดยรวบรวมรายชื่อวัดที่ได้รับพระราชทานในงวดนั้นๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินการในลำดับต่อไป
๒. การรายงานต่อมหาเถรสมาคม
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีหน้าที่รายงานเรื่องการได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาให้ที่ประชุมมหาเถรสมาคมได้รับทราบ ซึ่งถือเป็นการแจ้งผลการดำเนินงานต่อองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย
๓. การประสานงานและแจ้งผลไปยังหน่วยงานระดับสูง
เพื่อให้การบริหารกิจการคณะสงฆ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานและบุคคลสำคัญ ได้แก่:
- ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่วัดตั้งอยู่
- เจ้าคณะใหญ่ และเจ้าคณะภาค ในเขตปกครองนั้นๆ
๔. การแจ้งผลต่อทางวัดและเจ้าคณะปกครองระดับจังหวัด
ในระดับพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะรับช่วงต่อในการแจ้งประกาศการได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาให้แก่ “ผู้ขอรับ” (คือทางวัด) และแจ้งเจ้าคณะจังหวัดได้รับทราบ เพื่อเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศาสนพิธีต่อไป
๕. การประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เพื่อให้มีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ข้อมูลการพระราชทานวิสุงคามสีมาจะถูกนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นการประกาศให้สาธารณชนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะของที่ดินส่วนนั้นอย่างเป็นทางการ
๖. การปฏิบัติงานในพื้นที่: การปักหมายเขตที่ดิน
ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในทางปฏิบัติคือ การปักหมายเขตที่ดิน โดยนายอำเภอในท้องที่ที่วัดตั้งอยู่จะเป็นผู้ดำเนินการปักหมายเขตตามที่ได้รับพระราชทาน เพื่อระบุขอบเขตพื้นที่วิสุงคามสีมาให้ชัดเจนตามกฎหมาย
บทสรุป
การดำเนินการครบทั้ง ๖ ขั้นตอนนี้ จะส่งผลให้ที่ดินบริเวณที่ระบุไว้ กลายเป็นเขตวิสุงคามสีมาที่สมบูรณ์ตามความหมายที่ว่า “ที่ดินที่แยกต่างหากจากที่ดินของบ้านเมือง” เพื่อให้พระสงฆ์สามารถใช้ประกอบสังฆกรรมตามพระธรรมวินัยได้อย่างมีสิทธิขาดและมั่นคงถาวรสืบไป

