การจัดการเครื่องขยายเสียงในวัด: แนวทางปฏิบัติเพื่อความสงบสุขของชุมชน
ในสังคมไทย วัดดำรงสถานะเป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณและพื้นที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของบริบทเมืองและค่านิยมทางสังคม การใช้เครื่องขยายเสียงในการจัดงานประเพณีต่าง ๆ เช่น งานบรรพชาอุปสมบทหรือเทศกาลงานวัด กลับกลายเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยความระมัดระวังเพื่อมิให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ชุมชนรอบข้าง
บทความนี้จะวิเคราะห์ถึงแนวทางการบริหารจัดการของพระสังฆาธิการตามที่ระบุในคู่มือพระสังฆาธิการและมติมหาเถรสมาคม เพื่อแสวงหาจุดสมดุลระหว่างการสืบสานประเพณีกับสิทธิในการได้รับความสงบสุขของประชาชนอย่างมีธรรมาภิบาล
๑. บทเรียนจากอดีตและจุดเปลี่ยนแห่งนโยบายการปกครองสงฆ์
กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นในอดีตเกี่ยวกับการใช้เครื่องขยายเสียงในงานบรรพชาอุปสมบทที่มีระดับเสียงดังเกินควร จนส่งผลกระทบต่อกิจกรรมของสถานศึกษาใกล้เคียง ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การปกครองสงฆ์ไทย เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการควบคุมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของคฤหัสถ์ภายในเขตศาสนสถานอย่างเป็นรูปธรรม
มหาเถรสมาคมจึงได้มีมติเน้นย้ำมาตรการควบคุมการใช้เครื่องขยายเสียงในวัด โดยระบุให้พระสังฆาธิการทุกระดับกวดขันมิให้กิจกรรมภายในวัดรบกวนความสงบสุขของชุมชน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่หน่วยงานราชการหรือสถานศึกษามีกิจกรรมสำคัญ ทั้งนี้เพื่อรักษาภาพลักษณ์อันดีงามของพระพุทธศาสนาและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
๒. หน้าที่และความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการตามกฎหมายสงฆ์
ภายใต้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และกฎมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้อง เจ้าอาวาสทรงไว้ซึ่งอำนาจหน้าที่ในการบำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติให้เป็นไปด้วยดี ภารกิจนี้ครอบคลุมถึงการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในวัด ซึ่งในมิติของการใช้เสียง เจ้าอาวาสมีหน้าที่โดยตรงในการดำเนินงานดังนี้
- การกำหนดหลักเกณฑ์ ได้แก่ การวางระเบียบของวัดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้เครื่องขยายเสียง เช่น การกำหนดระดับความดังและช่วงเวลาที่เหมาะสม
- การคัดกรองและกำกับดูแล คือการทำความเข้าใจกับเจ้าภาพงานบุญก่อนเริ่มกิจกรรมถึงข้อตกลงในการงดใช้เสียงที่ขัดต่อวิถีสมณะหรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญ
- การป้องกันโลกวัชชะ ประกอบด้วยการสอดส่องมิให้เกิดพฤติกรรมที่ชาวโลกติเตียนอันเนื่องมาจากการใช้เครื่องเสียงที่ผิดกาลเทศะภายในพื้นที่อาราม
๓. แนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างดุลยภาพและความสงบสุข
เพื่อให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและลดความขัดแย้งกับชุมชน คู่มือพระสังฆาธิการได้นำเสนอแบบอย่างการจัดการที่เหมาะสมซึ่งประกอบด้วยกฎระเบียบสำคัญดังนี้
๑. ห้ามมีการใช้เครื่องเสียงหรือดนตรีการแสดงในลักษณะที่ส่งเสียงดังเกินควรขณะนำนาคเข้าสู่พระอุโบสถ ๒. การจัดงานภายในพื้นที่วัดต้องปราศจากดนตรีการแสดงที่รบกวนสมาธิธรรมหรือรบกวนความสงบของชุมชนรอบข้าง ๓. ห้ามมีการดื่มหรือจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณวัดโดยเด็ดขาดตามกฎหมายและมติมหาเถรสมาคม ๔. การประสานงานภาคีเครือข่ายบวร ได้แก่ การทำงานร่วมกันระหว่างบ้าน วัด และโรงเรียน หรือหน่วยงานราชการ เพื่อกำหนดช่วงเวลาการใช้เสียงที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
หากพระสังฆาธิการละเลยในการกวดขันจนเกิดความเสื่อมเสียต่อพระศาสนา กฎหมายสงฆ์ระบุว่าถือเป็นความผิดฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ ซึ่งมีบทลงโทษตามลำดับชั้นการปกครองสงฆ์
บทสรุป
การบริหารจัดการเรื่องการใช้เครื่องขยายเสียงในวัดตามเจตนารมณ์ของมหาเถรสมาคม มิใช่การจำกัดสิทธิหรือยกเลิกประเพณี แต่เป็นการยกระดับจากการเฉลิมฉลองที่เน้นความรื่นเริงทางโลกไปสู่การสร้างพื้นที่ “สัปปายะ” หรือสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อความสงบและปัญญา ความมั่นคงของพระศาสนาในยุคปัจจุบันขึ้นอยู่กับความเป็นระเบียบเรียบร้อยที่ตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล
การที่พระสังฆาธิการยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามคู่มือพระสังฆาธิการ ย่อมเป็นหลักประกันว่า วัดจะเป็นสถานที่ที่มอบความร่มเย็นทั้งกายและใจให้แก่พุทธบริษัท และดำรงอยู่อย่างสง่างามท่ามกลางความเลื่อมใสศรัทธาของมหาชนสืบไป

