รู้จักกองทุนเผยแผ่พระธรรมตามพระราชประสงค์: กองทุนเพื่อการเผยแผ่ศาสนาและพัฒนาสังคม
ในระบอบการปกครองคณะสงฆ์ไทย สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะเป็น “อัครศาสนูปถัมภก” ผู้ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ตั้งมั่นและรุ่งเรืองมาโดยตลอด นอกเหนือจากการสร้างถาวรวัตถุและพระอารามหลวงแล้ว ยังทรงให้ความสำคัญกับ “การเผยแผ่พระธรรม” ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาจิตใจและปัญญาของพุทธบริษัท
เพื่อให้การเผยแผ่ดำเนินไปอย่างมีเอกภาพและมีทรัพยากรรองรับอย่างยั่งยืน มหาเถรสมาคมจึงได้สนองพระราชปรารภสถาปนา “กองทุนเผยแผ่พระธรรมในพระพุทธศาสนา ตามพระราชประสงค์” ขึ้นตามระเบียบมหาเถรสมาคม บทความนี้จะวิเคราะห์ถึงวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และระบบการบริหารจัดการกองทุนนี้ เพื่อให้เห็นภาพการทำงานเชิงรุกของพุทธจักรไทยในปัจจุบัน
๑. เจตนารมณ์แห่งการก่อตั้ง
กองทุนเผยแผ่พระธรรมในพระพุทธศาสนา ตามพระราชประสงค์ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) ที่ทรงมีพระราชประสงค์จะส่งเสริมการนำหลักพุทธธรรมไปใช้อย่างกว้างขวางในสังคมไทย โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินอุดหนุนเริ่มแรกเป็นจำนวน ๗๒ ล้านบาท เพื่อเป็นทุนประเดิมในการขับเคลื่อนกิจการเผยแผ่พระพุทธศาสนาผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
๒. พันธกิจหลัก ๕ ประการเพื่อสังคม
ระเบียบมหาเถรสมาคมได้วางกรอบการดำเนินงานของกองทุนไว้อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นทั้งการเผยแผ่ในเชิงปริมาณและคุณภาพ ดังนี้
- การส่งเสริมการเผยแผ่สู่สังคม: สนับสนุนการนำหลักธรรมไปสู่พุทธศาสนิกชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
- การยกระดับคุณภาพชีวิต: สนับสนุนโครงการที่ใช้พุทธธรรมเป็นแกนกลางในการแก้ปัญหาสังคมและสร้างความสงบสุข
- การเชิดชูเกียรติบุคลากร: สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พระนักเผยแผ่หรือองค์กรที่มีผลงานโดดเด่น
- การพัฒนาศาสนทายาท: สนับสนุนการฝึกอบรมพระภิกษุสามเณรผู้ทำหน้าที่เผยแผ่ให้มีความรู้ความสามารถเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
- การบริหารจัดการทรัพยากร: ดำเนินการระดมทุนและจัดการทรัพย์สินเพื่อให้กองทุนมีเสถียรภาพในระยะยาว
๓. โครงสร้างการบริหารจัดการและธรรมาภิบาล
เพื่อให้การบริหารกองทุนเป็นไปอย่างโปร่งใสและบรรลุวัตถุประสงค์ ได้มีการวางโครงสร้างการบริหารที่ชัดเจน ประกอบด้วย
- คณะกรรมการที่ปรึกษา: มีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธาน และกรรมการมหาเถรสมาคมร่วมเป็นที่ปรึกษา เพื่อวางนโยบายตามหลักพระธรรมวินัย
- คณะกรรมการบริหารกองทุน: เป็นผู้กำหนดนโยบาย อนุมัติงบประมาณ และติดตามประเมินผลโครงการที่ขอรับการสนับสนุน โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งที่แน่นอน
- ฝ่ายปฏิบัติการ: กำหนดให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทำหน้าที่เป็นสำนักงานกองทุน รับผิดชอบงานด้านธุรการ การเงิน และบัญชีอย่างเป็นระเบียบ
๔. ความโปร่งใสและการตรวจสอบ
ทุนทรัพย์ของกองทุนมาจากแหล่งที่มาหลัก ได้แก่ เงินพระราชทานประเดิม เงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ดอกผลจากการลงทุน และงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ
ในด้านธรรมาภิบาล ระเบียบระบุให้มีการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีเพื่อตรวจสอบงบการเงินและรายงานผลต่อมหาเถรสมาคมเป็นประจำทุกปี มาตรการนี้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อพุทธบริษัทว่า ทรัพย์สินของพระศาสนาจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและศาสนาอย่างแท้จริง
บทสรุป
กองทุนเผยแผ่พระธรรมตามพระราชประสงค์ คือนวัตกรรมทางการบริหารที่ผสาน “จารีตแห่งพระราชศรัทธา” เข้ากับ “ระบบบริหารจัดการสมัยใหม่” การดำเนินงานตามระเบียบมหาเถรสมาคมอย่างเคร่งครัดเป็นหลักประกันว่าแสงธรรมจากกองทุนนี้จะเข้าถึงประชาชนได้อย่างยั่งยืน ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กองทุนนี้จะเป็นเสาหลักสำคัญที่ช่วยให้พระพุทธศาสนาเป็น “แหล่งผลิตปัญญา” ที่นำพาชาติไทยไปสู่สันติสุขสืบไป

