รู้จักบทบาทและหน้าที่ของศิษย์วัดตามระเบียบคณะสงฆ์ไทย

ในโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ไทย วัดมิได้ดำรงสถานะเพียงที่พำนักของบรรพชิตเพื่อการบำเพ็ญสมณธรรมเท่านั้น แต่ยังทรงสถานะเป็นนิติบุคคลที่มีปฏิสัมพันธ์กับคฤหัสถ์ในฐานะพุทธบริษัทอย่างแนบแน่น โดยเฉพาะกลุ่มอุบาสกอุบาสิกาที่เข้ามาอาศัยหรือปฏิบัติงานใกล้ชิดในฐานะ “ศิษย์วัด” ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกิจการพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม การเป็นศิษย์วัดในทัศนะของกฎหมายคณะสงฆ์มิใช่เพียงเรื่องของประเพณี แต่มีระเบียบ นิติวิธี และจริยธรรมที่ต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามที่ระบุในคู่มือพระสังฆาธิการ เพื่อรักษาความเรียบร้อยดีงามภายในศาสนสถาน

๑. ความสำคัญของการจัดทำทะเบียนประวัติศิษย์วัด

ภายใต้คำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่องการจัดทำทะเบียนประวัติพระภิกษุสามเณร และศิษย์วัด คณะสงฆ์ได้สถาปนาระบบการควบคุมบุคลากรภายในวัดอย่างเป็นระบบ โดยศิษย์วัดตามนัยแห่งกฎหมายสงฆ์ หมายถึง คฤหัสถ์ที่เข้ามาอาศัยพำนักหรือปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การดูแลของวัด ซึ่งเจ้าอาวาสมีหน้าที่โดยตรงในการจัดทำทะเบียนประวัติให้ถูกต้อง

นิติวิธีที่สำคัญในการดำเนินงาน มีดังนี้คือ

  • การจัดทำทะเบียนประวัติศิษย์วัดเป็น ๓ ชุด ได้แก่ ชุดแรกเก็บไว้ที่วัด ชุดที่สองเก็บไว้ที่เจ้าคณะผู้ปกครอง และชุดที่สามส่งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
  • กระบวนการคัดกรองบุคคลเพื่อป้องกันมิให้บุคคลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือมีคดีความแฝงตัวเข้ามาอาศัยพื้นที่วัดเป็นสถานที่พำนัก ซึ่งช่วยรักษาความปลอดภัยและความสงบสุขของส่วนรวม

๒. หน้าที่และสิทธิภายใต้การปกครองของเจ้าอาวาส

ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ เจ้าอาวาสทรงไว้ซึ่งอำนาจในการปกครองและสอดส่องให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ที่อาศัยอยู่ในวัดปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยบทบาทของศิษย์วัดมีนัยสำคัญที่ควรทราบ ดังนี้

การอุปถัมภ์และบำรุงรักษาอาราม ศิษย์วัดมีหน้าที่เป็นธุระในการดูแลรักษาศาสนสมบัติ อนุกูลแก่พระสงฆ์ในการปฏิบัติศาสนกิจ และช่วยจัดการงานภายในวัดตามที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงบทบาทด้านการศึกษาซึ่งคู่มือพระสังฆาธิการระบุว่า เจ้าอาวาสมีหน้าที่ส่งเสริมให้ศิษย์วัดได้เล่าเรียนวิชาความรู้ตามสมควร ทั้งในทางธรรมและทางโลก เพื่อให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ ศิษย์วัดต้องอยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาสและปฏิบัติตามระเบียบของวัดอย่างเคร่งครัด หากประพฤติฝ่าฝืนคำสั่ง หรือกระทำการอันเป็นโลกวัชชะหรือสิ่งที่สังคมติเตียน เจ้าอาวาสทรงไว้ซึ่งอำนาจในการสั่งให้ศิษย์วัดนั้นออกไปเสียจากวัดได้ทันที เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของพุทธศาสนสถาน

๓. จากศิษย์วัดสู่การเป็นไวยาวัจกรผู้ดูแลศาสนสมบัติ

ในระดับที่มีความรับผิดชอบสูงขึ้น อุบาสกที่มีความรู้ความสามารถและคุณสมบัติเหมาะสมอาจได้รับการแต่งตั้งเป็น “ไวยาวัจกร” ตามกฎมหาเถรสมาคม ซึ่งถือเป็นศิษย์วัดระดับบริหารที่มีหน้าที่ดูแลรักษาและจัดการทรัพย์สินของวัดตามที่เจ้าอาวาสมอบหมาย

คุณสมบัติสำคัญของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งไวยาวัจกร ได้แก่ เป็นชาย มีสัญชาติไทย นับถือพระพุทธศาสนา และมีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย สถานะนี้สะท้อนถึงการไว้วางใจสูงสุดระหว่างพุทธจักรและอาณาจักร โดยไวยาวัจกรต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต หากมีการทุจริตหรือย่อหย่อนต่อหน้าที่ เจ้าอาวาสมีอำนาจถอดถอนได้ตามระเบียบที่กำหนด

๔. บทบาทศิษย์วัดยุคใหม่ในฐานะภาคีเครือข่ายพัฒนาชุมชน

ในยุคปัจจุบัน บทบาทของอุบาสกอุบาสิกาในฐานะศิษย์วัดได้รับการขยายขอบเขตผ่านโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนสถานะจากผู้อาศัยทั่วไปสู่การเป็นภาคีเครือข่ายที่ทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ในการจัดการวัดให้เป็นสัปปายะสถาน

ศิษย์วัดยุคใหม่มีหน้าที่ในการนำหลักการจัดการพื้นที่มาปรับใช้ เพื่อให้วัดเป็นศูนย์กลางแห่งปัญญาและพื้นที่สาธารณะที่สร้างความสุขให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน สิ่งนี้ถือเป็นการยกระดับบทบาทพุทธบริษัทฝ่ายคฤหัสถ์ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการธำรงความมั่นคงของพระศาสนาในมิติต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ

บทสรุป

บทบาทของพุทธบริษัทในการเป็นศิษย์วัดตามระเบียบสงฆ์ที่ปรากฏในคู่มือพระสังฆาธิการ มิได้เป็นเพียงการอาศัยอยู่ในพื้นที่อารามเท่านั้น แต่คือการครองสถานะผู้ช่วยงานพระศาสนาที่มีความรับผิดชอบต่อนิติบุคคลทางศาสนา การมีทะเบียนประวัติที่ชัดเจน การเคารพต่ออำนาจการปกครองของเจ้าอาวาส และการมีส่วนร่วมในธรรมาภิบาลของวัด ย่อมเป็นเครื่องประกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างวัดและชุมชนจะดำเนินไปอย่างทรงเกียรติและสง่างาม

ความมั่นคงของพระพุทธศาสนาไทยจึงขึ้นอยู่กับดุลยภาพระหว่างวัตรปฏิบัติของสงฆ์และความจงรักภักดีของศิษย์วัด ที่ต้องบูรณาการทั้งพระธรรมวินัยและกฎหมายแผ่นดินเข้าด้วยกัน เพื่อให้อารามยังคงเป็นแสงสว่างแห่งปัญญาและที่พึ่งทางใจของมหาชนสืบไป

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *