Monthly Archive: January 2026
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ เจริญพร ท่านสาธุชนผู้ใฝ่ในธรรมทุกท่าน วันนี้ อาตมภาพจักได้หยิบยกเอาเพชรน้ำงามเม็ดหนึ่งในพระสุตตันตปิฎก มาเจียระไนให้ท่านทั้งหลายได้พินิจพิเคราะห์ นั่นคือ “มหาเวทัลลสูตร” พระสูตรนี้มิใช่เพียงการเทศนาสั่งสอนโดยทั่วไป หากแต่เป็นบันทึกบทสนทนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบทหนึ่งในประวัติศาสตร์พุทธศาสนา เป็นการโคจรมาพบกันของสองพญาอินทรีแห่งกองทัพธรรม คือ ท่านพระมหาโกฏฐิกะ ผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทาญาณ และ ท่านพระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวา ผู้เป็นเลิศทางปัญญา
Have you ever paused to consider the difference between knowing and understanding? Or wondered why life span and bodily warmth are treated as inseparable in early Buddhist thought?
บทนำ: บทสนทนาที่ไม่ต้องยกเสียง แต่ทำให้ใจสะดุด ในพระไตรปิฎก มีพระสูตรจำนวนไม่น้อยที่มิได้ดำเนินเรื่องด้วยการแสดงธรรมฝ่ายเดียว หากแต่ใช้ “การสนทนา” เป็นเครื่องมือเปิดพื้นที่ให้ปัญญาได้ทำงานอย่างเต็มที่ มหาเวทัลลสูตร คือหนึ่งในนั้น
ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ สังคมไทยและกรุงเทพมหานครมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว บริบทดังกล่าวส่งผลให้มีผู้สนใจเข้าสอบธรรมสนามหลวงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากจนแตะระดับแสนรูป/คน สถานการณ์นี้ถือเป็นโจทย์สำคัญในการบริหารจัดการพื้นที่และบุคลากรเพื่อให้การสอบดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและธำรงไว้ซึ่งมาตรฐาน ภายใต้การนำของพระสุธรรมาธิบดี (ในขณะนั้น) สนามหลวงแผนกธรรมจึงได้วางรากฐานการบริหารจัดการด้วยการจัดแบ่งพื้นที่สอบในกรุงเทพมหานครออกเป็น ๒๗ กลุ่มสนามสอบหลัก เพื่อสร้างเอกภาพในการกำกับดูแลให้ครอบคลุมทั่วเขตพระนครและปริมณฑล
ในช่วงทศวรรษ ๒๕๓๐ สังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่กระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน มิติทางด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมก็ได้ปรากฏพลวัตสำคัญ โดยเฉพาะในปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์การศึกษาสงฆ์ไทย เมื่อสถิติผู้สมัครสอบ “ธรรมศึกษา” มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการขยายโอกาสทางการศึกษาพระพุทธศาสนาจากขอบเขตของบรรพชิตสู่สาธารณชนในวงกว้าง
We humans often fight for freedom. We march for civil rights and demand physical liberty. But have you ever stopped to consider that while your body walks free, your mind might be serving a...
มนุษย์เรามักโหยหาอิสรภาพ เราต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพภายนอก แต่เคยฉุกคิดหรือไม่ว่า ในขณะที่ร่างกายเราเป็นไท จิตใจของเราอาจกำลังถูกจองจำอยู่ในคุกที่มองไม่เห็น พระพุทธเจ้า ทรงเป็นนักจิตวิทยาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกพระองค์หนึ่ง ทรงมองเห็นกลไกการทำงานของจิตที่ซับซ้อน และทรงบัญญัติคำว่า “นิวรณ์ ๕” ขึ้นมา คำนี้ในทางวิชาการแปลว่า “เครื่องกั้นความดี” แต่ในเชิงลึก มันคือ “เครื่องพันธนาการ” ที่ร้อยรัดปุถุชนไว้ไม่ให้มองเห็นความจริง
In a world brimming with uncertainty, humans instinctively seek a sanctuary for the mind. Some turn to sacred objects, others to charismatic leaders, or various belief systems. In Buddhism, this act of seeking a...
In the age of information, where wisdom is available at our fingertips, we often hear the adage, “Knowledge is power.” However, in Buddhist philosophy, power is akin to a double-edged sword. The study of...
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน มนุษย์เราต่างโหยหาที่พึ่งพิงทางใจ บางคนเลือกกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางคนเลือกยึดถือตัวบุคคล หรือบางคนเลือกศรัทธาในลัทธิความเชื่อ สิ่งเหล่านี้ในทางพุทธศาสนาเรียกว่า “การถึงสรณะ” หรือ “สรณคมน์” ซึ่งเปรียบเสมือนการปักหมุดความเชื่อลงไปในจิตวิญญาณ