วัดกับโรงเรียน การจัดการเสียงรบกวนตามมติมหาเถรสมาคม

ในบริบทของสังคมไทย วัดและสถานศึกษาถือเป็นสถาบันพื้นฐานที่ดำรงอยู่ควบคู่กันมาอย่างยาวนาน วัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางจิตใจและคุณธรรม ขณะที่โรงเรียนทำหน้าที่พัฒนาความรู้และสติปัญญาของเยาวชน ทั้งสองสถาบันจึงมีความสัมพันธ์ในลักษณะเกื้อกูลและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

อย่างไรก็ดี ภายใต้สภาพสังคมร่วมสมัยที่มีความหนาแน่นของชุมชนเพิ่มขึ้น การใช้พื้นที่วัดเพื่อจัดกิจกรรมทางศาสนาและประเพณี โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องขยายเสียง หากขาดการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเรียนการสอนและความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรอบ จนนำไปสู่เสียงตำหนิจากสาธารณชน หรือที่เรียกว่าโลกวัชชะ

บทความนี้มุ่งอธิบายกรอบแนวคิด นิติวิธี และมติมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเสียงรบกวนในวัด โดยเฉพาะในกรณีที่วัดตั้งอยู่ใกล้หรือร่วมพื้นที่กับสถานศึกษา พร้อมทั้งชี้ให้เห็นบทบาทของพระสังฆาธิการในการบริหารจัดการอารามให้เป็นสัปปายะสถาน ทั้งในมิติของพระธรรมวินัยและการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างสันติ


วัดสิงห์กับบทเรียนด้านการบริหารจัดการพื้นที่ร่วม

เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ณ วัดสิงห์ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร จากกรณีการใช้เครื่องขยายเสียงในขบวนแห่นาคซึ่งรบกวนการสอบของนักเรียนในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สังคมหันมาให้ความสนใจกับประเด็นการจัดการกิจกรรมในวัดอย่างจริงจัง

เหตุการณ์ดังกล่าวมิได้สะท้อนปัญหาด้านประเพณีทางศาสนาโดยตรง หากแต่สะท้อนถึงความจำเป็นในการกำหนดขอบเขตการใช้พื้นที่วัดให้สอดคล้องกับภารกิจด้านการศึกษาและความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม กรณีนี้จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่นำไปสู่การทบทวนแนวทางการกำกับดูแลของคณะสงฆ์ในระดับนโยบาย


มติมหาเถรสมาคมว่าด้วยการควบคุมการใช้เสียงในวัด

จากปัญหาที่ปรากฏ มหาเถรสมาคมได้มีมติให้เน้นย้ำการปฏิบัติตามระเบียบและแนวทางที่มีอยู่แล้วเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมในวัด โดยเฉพาะการใช้เครื่องขยายเสียงในการจัดงานบวชและงานประเพณี

สาระสำคัญของแนวทางดังกล่าวมุ่งให้เจ้าอาวาสและพระสังฆาธิการกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนก่อนการจัดพิธีกรรม เช่น การงดใช้เครื่องเสียงหรือดนตรีที่มีระดับเสียงเกินสมควร การควบคุมการจัดเลี้ยงไม่ให้มีลักษณะมอมเมาหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมถึงการตรวจสอบความเรียบร้อยของผู้เข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในวัด

แนวทางเหล่านี้มิได้เป็นการจำกัดเสรีภาพทางศาสนา หากแต่เป็นการวางกรอบการปฏิบัติให้พิธีกรรมดำเนินไปด้วยความสงบ เรียบร้อย และเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นในชุมชนเดียวกัน


บทบาทเจ้าอาวาสและพระสังฆาธิการตามกฎหมายคณะสงฆ์

ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ เจ้าอาวาสมีหน้าที่สำคัญในการดูแลรักษาความเรียบร้อยภายในวัด และระงับเหตุหรือพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อพระศาสนาและสังคม

ในกรณีการใช้เสียง เจ้าอาวาสมีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไข อนุญาต หรือสั่งระงับกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสถานศึกษาและชุมชนโดยรอบ หากมีการฝ่าฝืนหรือเพิกเฉยต่อคำสั่ง เจ้าอาวาสย่อมมีหน้าที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายบ้านเมือง ทั้งนี้เพื่อรักษาความเป็นสัปปายะของอาราม และธำรงไว้ซึ่งศรัทธาของสาธารณชน


ดุลยภาพระหว่างวิถีศาสนาและวิถีการศึกษา

การกำหนดมาตรการควบคุมเสียงในวัดมิได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อความเงียบสงบในเชิงกายภาพเท่านั้น หากแต่สะท้อนหลักคิดสำคัญว่าพุทธสถานควรเป็นพื้นที่แห่งความสงบทั้งทางกาย วาจา และใจ

การจัดพิธีกรรมที่เรียบง่าย เหมาะสม และเคารพบริบทของชุมชน ย่อมช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของวัดในฐานะสถาบันทางศีลธรรมและปัญญา มากกว่าการมุ่งเน้นความครึกครื้นหรือความยิ่งใหญ่ภายนอก การที่คณะสงฆ์ให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับสถานศึกษาอย่างเกื้อกูล จึงเป็นการยืนยันบทบาทของวัดในฐานะแหล่งหล่อหลอมคุณธรรมควบคู่กับการพัฒนาทางการศึกษา


บทสรุป

แนวทางและมติมหาเถรสมาคมว่าด้วยการควบคุมการใช้เสียงในวัด แสดงให้เห็นถึงความพยายามของคณะสงฆ์ไทยในการบริหารจัดการพุทธสถานด้วยหลักธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรอบ

ความสำคัญของพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา มิได้อยู่ที่ความดังของเสียงหรือความเอิกเกริกของงาน หากแต่อยู่ที่ความตั้งมั่นในพระธรรมวินัยและการเป็นแบบอย่างแห่งความสงบเรียบร้อย การที่เจ้าอาวาสและพระสังฆาธิการปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ ย่อมเป็นหลักประกันว่าวัดจะยังคงเป็นที่พึ่งทางจิตใจ เป็นพื้นที่แห่งปัญญา และเป็นสถาบันที่อยู่ร่วมกับสังคมไทยได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *