สถาบันพระมหากษัตริย์กับกิจการสงฆ์ไทย: หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์

สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยมีความสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้นสืบเนื่องมาแต่โบราณ ความสัมพันธ์ดังกล่าวมิได้ดำรงอยู่เพียงในเชิงจารีตประเพณี หากแต่ได้รับการรับรองอย่างชัดเจนในเชิงกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน โดยพระมหากษัตริย์ทรงดำรงพระราชสถานะเป็นอัครศาสนูปถัมภก มีพระราชภารกิจในการทำนุบำรุง คุ้มครอง และส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนาให้ดำรงมั่นคงควบคู่กับสังคมไทย

บทความนี้มุ่งอธิบายหลักเกณฑ์ แนวคิด และขั้นตอนการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ในกิจการสงฆ์ ตามกรอบกฎหมาย ระเบียบคณะสงฆ์ และแนวปฏิบัติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้พระสังฆาธิการ ผู้ปฏิบัติงานด้านการปกครองคณะสงฆ์ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป ได้เข้าใจระบบการบริหารกิจการสงฆ์ภายใต้ระบอบรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้องและรอบด้าน


หลักการพื้นฐานของการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา

การพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์มิใช่การสนับสนุนเชิงพิธีกรรมเพียงอย่างเดียว หากเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองและส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่บนหลักพระธรรมวินัยและระเบียบแบบแผนที่เหมาะสมกับสังคมร่วมสมัย

กฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ได้กำหนดบทบาทของพระมหากษัตริย์ไว้อย่างชัดเจนในเรื่องการสถาปนา แต่งตั้ง และถอดถอนสมณศักดิ์ ตลอดจนการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม อันเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย บทบัญญัติดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่างอำนาจฝ่ายอาณาจักรและการปกครองฝ่ายพุทธจักร ซึ่งต้องดำเนินไปอย่างประสานสอดคล้องกัน

ในบริบทนี้ การขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์จึงเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความรอบคอบ ความถูกต้องตามกฎหมาย และความเคารพต่อจารีตประเพณีทางศาสนาอย่างเคร่งครัด


ระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์

กรอบการปฏิบัติที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง คือ ระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นธรรมนูญในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานของวัดและคณะสงฆ์ทั่วประเทศ

ระเบียบดังกล่าวกำหนดขอบเขตของกิจการสงฆ์ที่สามารถเสนอขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างกิจการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • การขอพระราชทานชื่อวัดในกรณีการตั้งวัดใหม่หรือการเปลี่ยนชื่อวัด
  • การเสนอขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ซึ่งต้องเป็นไปตามเกณฑ์ด้านประวัติ ความมั่นคง และบทบาททางศาสนา
  • การจัดพิธีกรรมหรือกิจกรรมทางศาสนาที่มีความสำคัญในระดับประเทศ

การกำหนดกรอบเช่นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การขอรับพระมหากรุณาธิคุณเป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่กระทบต่อความเรียบร้อยของคณะสงฆ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม


ขั้นตอนการดำเนินการตามลำดับการปกครองคณะสงฆ์

การขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ต้องดำเนินการตามลำดับขั้นของการปกครองคณะสงฆ์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการ

โดยทั่วไป กระบวนการประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ คือ

  • การจัดทำเรื่องเสนอโดยวัดหรือหน่วยงานคณะสงฆ์ พร้อมเหตุผลและความจำเป็น
  • การพิจารณากลั่นกรองโดยเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับชั้น
  • การตรวจสอบด้านกฎหมายและระเบียบโดยหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ
  • การพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยมหาเถรสมาคม
  • การนำความกราบบังคมทูลผ่านราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัย

ขั้นตอนเหล่านี้สะท้อนหลักการบริหารที่เน้นความรอบคอบ การเคารพลำดับอำนาจหน้าที่ และการรักษาความสมดุลระหว่างอำนาจฝ่ายศาสนาและฝ่ายรัฐ


การเชิญเสด็จและการประกอบพระราชพิธีทางศาสนา

อีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด คือ การเชิญเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์มาทรงประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและความระมัดระวังเป็นพิเศษ

แนวปฏิบัติของคณะสงฆ์กำหนดให้การจัดงานต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และปราศจากการแสวงหาประโยชน์แอบแฝง เจ้าอาวาสและพระสังฆาธิการมีหน้าที่กำกับดูแลไม่ให้มีการโฆษณา การจัดกิจกรรม หรือการจัดสถานที่ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่เหมาะสมต่อพุทธสถานและสถาบันหลักของประเทศ

การรักษามาตรฐานดังกล่าวมิใช่เพียงเพื่อความงดงามของพิธีกรรม หากแต่เป็นการธำรงความศรัทธาของพุทธบริษัทและความน่าเชื่อถือของคณะสงฆ์โดยรวม


บทสรุป

การขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ในกิจการสงฆ์เป็นกระบวนการที่สะท้อนหลักธรรมาภิบาลในการบริหารพระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบคณะสงฆ์ และจารีตประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

เมื่อพระสังฆาธิการและผู้เกี่ยวข้องยึดถือแนวปฏิบัติเหล่านี้อย่างเคร่งครัด ย่อมเป็นหลักประกันว่าการอุปถัมภ์จากสถาบันพระมหากษัตริย์จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพระศาสนาอย่างแท้จริง และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของสังคมไทยในระยะยาว

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *