กระบวนการแต่งตั้งพระสังฆาธิการกับบทบาทในการส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม

พระสังฆาธิการ ผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ตั้งแต่ระดับเจ้าอาวาสจนถึงเจ้าคณะใหญ่ นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการปกครอง การเผยแผ่ การสาธารณูปการ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการศาสนศึกษา ความเจริญรุ่งเรืองหรือความตกต่ำของการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลีในแต่ละพื้นที่ ล้วนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับศักยภาพ วิสัยทัศน์ และความตั้งใจจริงของพระสังฆาธิการทุกระดับ ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ภายในวัดหรือเขตปกครองของตน ไม่ว่าจะเป็นด้านงบประมาณ บุคลากร หรือสถานที่ ให้เอื้ออำนวยต่อการศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยของพระภิกษุ สามเณร และคฤหัสถ์

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของผู้นำทางการปกครองต่อความมั่นคงของพระศาสนา คณะสงฆ์ไทยโดยมหาเถรสมาคมจึงได้มีการปรับปรุงกระบวนการบริหารงานบุคคลให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศใช้กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ และที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ซึ่งได้วางระเบียบขั้นตอนการสรรหาและแต่งตั้งพระสังฆาธิการระดับสูงให้มีความรัดกุม โปร่งใส และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างกระบวนการแต่งตั้งตามกฎหมายดังกล่าวกับความมั่นคงของการศึกษาคณะสงฆ์ รวมทั้งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการได้มาซึ่งผู้นำที่มีวิสัยทัศน์อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของการพระศาสนาสืบไป

๑. กระบวนการสรรหาและแต่งตั้งพระสังฆาธิการตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔

กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๔๑) และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้วางหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการแต่งตั้งพระสังฆาธิการไว้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในระดับเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด และเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ซึ่งมีสาระสำคัญที่สะท้อนถึงความรอบคอบในการคัดเลือกบุคคลผู้เหมาะสม ดังนี้

๑.๑ การพิจารณากลั่นกรองตามลำดับชั้น
กระบวนการแต่งตั้งพระสังฆาธิการทุกระดับจะต้องดำเนินการผ่านการพิจารณาตามลำดับชั้นการปกครองอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค จนถึงมหาเถรสมาคม การกลั่นกรองหลายชั้นนี้ช่วยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับได้ร่วมพิจารณาคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ และความเหมาะสมของผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อ อันเป็นหลักประกันเบื้องต้นว่าบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนั้นจะต้องเป็นผู้ที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติทั้งด้านศีลาจารวัตรและความรู้ความสามารถในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานด้านการศาสนศึกษาซึ่งเป็นภารกิจหลักประการหนึ่งที่ต้องพิจารณาประกอบ

๑.๒ การนำเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อพิจารณา
เมื่อผ่านการพิจารณาตามลำดับชั้นแล้ว การแต่งตั้งพระสังฆาธิการระดับสูงจะต้องถูกนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรสมาคมเพื่อพิจารณาโดยละเอียดทุกกรณี การพิจารณาของมหาเถรสมาคมซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงสุดของคณะสงฆ์ ช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปด้วยความรอบคอบและคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของพระศาสนาเป็นที่ตั้ง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเป็นเอกภาพและมาตรฐานเดียวกันในการบริหารงานบุคคลของคณะสงฆ์ทั่วประเทศ

๑.๓ การขอรับพระราชดำริและใช้อำนาจตามพระราชอัธยาศัย
สำหรับการแต่งตั้งพระสังฆาธิการระดับสูง กฎมหาเถรสมาคมกำหนดให้ต้องดำเนินการเพื่อนำความกราบบังคมทูลขอรับพระราชดำริผ่านราชเลขานุการในพระองค์ เมื่อมีพระราชดำริประการใดแล้ว มหาเถรสมาคมจึงจะมีมติให้มีพระบัญชาแต่งตั้งหรือออกตราตั้งตามพระราชดำรินั้น ขั้นตอนนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างสถาบันชาติและศาสนา อีกทั้งยังสะท้อนถึงการให้ความสำคัญสูงสุดต่อตำแหน่งพระสังฆาธิการในฐานะผู้สืบทอดพระพุทธศาสนาภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์

๑.๔ การรายงานให้ฝ่ายอาณาจักรทราบ
ภายหลังการแต่งตั้ง เลขาธิการมหาเถรสมาคมมีหน้าที่รายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบ ซึ่งเป็นการเชื่อมประสานระหว่างคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมืองให้รับทราบถึงการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารระดับสูง อันมีผลต่อการกำหนดนโยบายและการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนกิจการคณะสงฆ์จากภาครัฐ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน

๒. พระสังฆาธิการกับการขับเคลื่อนภารกิจด้านศาสนศึกษา

ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการแต่งตั้งพระสังฆาธิการกับความมั่นคงของการศึกษาคณะสงฆ์นั้น สามารถพิจารณาได้จากบทบาทและอำนาจหน้าที่ของพระสังฆาธิการที่พึงมีต่อการศาสนศึกษา ซึ่งกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

๒.๑ เจ้าอาวาสในฐานะผู้บริหารจัดการศึกษาระดับวัด
เจ้าอาวาสเป็นพระสังฆาธิการระดับต้นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมภายในวัด เพราะเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการส่งเสริมและดูแลการจัดการศึกษาของวัด ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ การได้มาซึ่งเจ้าอาวาส โดยเฉพาะในพระอารามหลวงซึ่งมักเป็นที่ตั้งของสำนักเรียนขนาดใหญ่ หากผู้นั้นมีวิสัยทัศน์ทางการศึกษาและเล็งเห็นความสำคัญของการเรียนการสอนพระธรรมวินัย ย่อมส่งผลให้สำนักเรียนมีความเจริญก้าวหน้า มีการจัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม มีการพัฒนาบุคลากรครูพระปริยัติธรรมอย่างต่อเนื่อง และมีความพร้อมในการรับการนิเทศจากปริยัตินิเทศก์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างสม่ำเสมอ

๒.๒ เจ้าคณะปกครองในฐานะผู้อำนวยการและกำหนดนโยบายระดับพื้นที่
เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด และเจ้าคณะภาค มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมในเขตปกครองของตน การตัดสินใจของเจ้าคณะปกครองส่งผลโดยตรงต่อการจัดตั้งหรือยุบรวมสำนักเรียน การจัดสรรบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดสอบธรรมสนามหลวงในพื้นที่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการประกาศจัดตั้งเขตปกครองคณะสงฆ์ระดับตำบลกรณีพิเศษในหลายจังหวัด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรวมกลุ่มวัดที่มีจำนวนน้อยให้มีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะจัดการเรียนการสอนธรรมศึกษาให้แก่เยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเจ้าคณะปกครองขาดวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา การตัดสินใจต่างๆ อาจมุ่งเน้นเพียงความสะดวกในการบริหาร แต่ละเลยโอกาสในการพัฒนาเครือข่ายการศึกษาที่จะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนในระยะยาว

๓. การเชื่อมโยงระหว่างกระบวนการสรรหากับการบริหารงานบุคคลทางการศึกษา

การที่กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ กำหนดกระบวนการสรรหาที่เข้มข้นและเป็นระบบนั้น มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลทางการศึกษาพระปริยัติธรรม ตามข้อบังคับของคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม หรือ กศป. เนื่องจากพระสังฆาธิการระดับสูงจะต้องเข้าไปมีบทบาทสำคัญในคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลทางการศึกษา

พระสังฆาธิการที่ผ่านกระบวนการสรรหาอย่างรอบคอบย่อมมีความเข้าใจและตระหนักในความสำคัญของระบบเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งประกอบด้วยบทบาทสำคัญหลายประการ ดังนี้

การคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ ผู้ปกครองคณะสงฆ์ที่มีวิสัยทัศน์ย่อมให้ความสำคัญกับการคัดเลือกพระสังฆาธิการและครูพระปริยัติธรรมที่มีความรู้ความสามารถและมีจิตวิญญาณของความเป็นครู เข้าไปทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนในสำนักเรียนและโรงเรียนต่างๆ ตามมาตรฐานที่กำหนด

การรักษามาตรฐานและจรรยาบรรณของบุคลากร ผู้นำที่ดีจะต้องกำกับดูแลให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยและจรรยาบรรณของวิชาชีพครู อันเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้สถาบันการศึกษาของสงฆ์ได้รับความเชื่อถือและศรัทธาจากสาธารณชน

การส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนให้ครูพระปริยัติธรรมได้มีโอกาสศึกษา ฝึกอบรม หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนอย่างสม่ำเสมอ เป็นอีกบทบาทสำคัญของพระสังฆาธิการที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการสอนนักธรรมและบาลีให้ทันสมัยและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก

๔. กรณีศึกษาเชิงประจักษ์: ผลของการแต่งตั้งต่อการบริหารจัดการศึกษาระดับพื้นที่

จากการศึกษาประกาศของเจ้าคณะจังหวัดต่างๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งเขตปกครองคณะสงฆ์กรณีพิเศษ พบว่าการตัดสินใจของเจ้าคณะปกครองซึ่งผ่านกระบวนการสรรหาอย่างถูกต้อง มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาของพื้นที่

ตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ซึ่งมีการรวมวัดจากหลายตำบลหรือหลายอำเภอเข้าด้วยกันเป็นตำบลสงฆ์เดียว เพื่อให้มีจำนวนวัดครบตามเกณฑ์ที่กำหนด หากเจ้าคณะจังหวัดหรือเจ้าคณะภาคที่รับผิดชอบเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในปัญหาของพื้นที่และมีวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมการศึกษา การจัดตั้งเขตปกครองกรณีพิเศษดังกล่าวจะไม่เป็นเพียงการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบเท่านั้น แต่จะมีการวางแผนส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนธรรมศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่อย่างจริงจัง ทำให้วัดที่เคยอยู่โดดเดี่ยวสามารถรวมตัวกันเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็ง และสามารถจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานเดียวกัน

ในทางตรงกันข้าม หากผู้ปกครองคณะสงฆ์ในพื้นที่นั้นๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา โอกาสในการพัฒนาเครือข่ายการศึกษาก็อาจสูญเสียไป แม้จะมีโครงสร้างการปกครองที่เอื้ออำนวยก็ตาม นี่คือเหตุผลว่าทำไมกระบวนการสรรหาที่ดีจึงมีความสำคัญ เพราะเป็นหลักประกันว่าเราจะได้ผู้นำที่พร้อมจะใช้เครื่องมือและอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่พระพุทธศาสนา โดยเฉพาะในด้านการให้ความรู้และปลูกฝังคุณธรรมแก่เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ

๕. แนวทางการเสริมสร้างความมั่นคงทางการศึกษาผ่านกระบวนการแต่งตั้งพระสังฆาธิการ

เพื่อให้กระบวนการแต่งตั้งพระสังฆาธิการส่งผลดีต่อการศึกษาคณะสงฆ์อย่างเต็มที่ คณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาแนวทางส่งเสริมเพิ่มเติมดังนี้

การกำหนดให้ผลงานด้านการศึกษาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณาแต่งตั้ง ในการเสนอชื่อพระสังฆาธิการเพื่อรับการแต่งตั้งหรือเลื่อนตำแหน่ง ควรมีการนำข้อมูลสถิติเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของวัดหรือเขตปกครองนั้นๆ เช่น จำนวนผู้สอบผ่านนักธรรมและบาลี การพัฒนาสำนักเรียน หรือความร่วมมือกับโรงเรียนในการสอนธรรมศึกษา มาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการพิจารณาความเหมาะสมด้วย

การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับพระสังฆาธิการด้านการบริหารการศึกษา ภายหลังจากได้รับการแต่งตั้งตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว ควรมีการจัดการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้เฉพาะด้านเกี่ยวกับการบริหารการศึกษาพระปริยัติธรรมตามระเบียบของ กศป. ให้แก่พระสังฆาธิการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนำพาสำนักเรียนในปกครองให้ก้าวหน้าทันยุคสมัย

การเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างพระสังฆาธิการกับหน่วยงานทางการศึกษา พระสังฆาธิการควรทำงานประสานความร่วมมือกับศูนย์พระปริยัตินิเทศก์ประจำเขตปกครองต่างๆ เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะจากการนิเทศไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาการจัดการศึกษาในพื้นที่ของตนให้มีคุณภาพและมาตรฐานยิ่งขึ้น

บทสรุป

ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการแต่งตั้งพระสังฆาธิการตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ กับความมั่นคงของการศึกษาคณะสงฆ์นั้น เป็นความสัมพันธ์เชิงระบบที่แนบแน่นและไม่อาจแยกออกจากกัน ระบบการสรรหาที่ละเอียดรอบคอบ เป็นลำดับชั้น และอยู่ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการคัดกรองและได้มาซึ่งผู้นำคณะสงฆ์ที่มีความพร้อมทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม และความรู้ความสามารถในการบริหารกิจการพระศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจด้านการศาสนศึกษาซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสืบทอดพระพุทธศาสนา

การมีผู้นำที่ตระหนักรู้ถึงคุณค่าของการศึกษาและพร้อมทุ่มเทกำลังความสามารถเพื่อส่งเสริมให้พระภิกษุ สามเณร และเยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้พระธรรมวินัยอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ ย่อมเป็นหลักประกันความมั่นคงและความยั่งยืนของพระพุทธศาสนาในสังคมไทย การดำเนินการตามกระบวนการแต่งตั้งพระสังฆาธิการอย่างถูกต้อง เหมาะสม และโปร่งใส จึงมิใช่เพียงภารกิจด้านการบริหารงานบุคคลตามระเบียบแบบแผนเท่านั้น หากแต่คือการวางรากฐานอันมั่นคงให้แก่สถาบันสงฆ์ ให้สามารถธำรงไว้ซึ่งพระธรรมคำสั่งสอนและทำหน้าที่เป็นแสงสว่างนำทางปัญญาแก่สังคมสืบต่อไปชั่วกาลนาน

อ้างอิง

๑. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม.

๒. พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒.

๓. กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓).

๔. ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ว่าด้วยโครงสร้างการบริหารงานและการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม และสถานศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓.

๕. ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓.

๖. ระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการกำหนดจำนวนและเขตปกครองตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗.

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *