ประวัตินักธรรม ตอนที่ 11 วิวัฒนาการการศึกษาสงฆ์: ย้อนรอยการปรับปรุงระเบียบการสอบนักธรรมเพื่อความก้าวหน้าทางศาสนศึกษา
ระเบียบการสอบนักธรรม ถือเป็นกลไกสำคัญในการวัดผลและมาตรฐานการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ในอดีตได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เป็นระยะ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและการขยายตัวของการศึกษา โดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อประสานแผนกธรรมและแผนกบาลีให้มีความเป็นเอกภาพ และส่งเสริมให้การศึกษาพระปริยัติธรรมแพร่หลายไปในวงกว้าง
นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๗๐ เป็นต้นมา ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระเบียบการสอบนักธรรม โดยสามารถจำแนกประเด็นสำคัญได้ ดังนี้
๑. การบูรณาการระหว่างแผนกธรรมและแผนกบาลี
เพื่อลดความซ้ำซ้อนและส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถก้าวหน้าในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ จึงมีการอนุญาตให้ผู้เข้าสอบสามารถสอบควบคู่กันได้ระหว่างนักธรรมและบาลีที่เป็นชั้นบุรพประโยค (พื้นฐานความรู้) ของกันและกัน กล่าวคือ:
- ผู้ที่จะสอบ บาลีประโยค ๔ สามารถสอบ นักธรรมชั้นโท (ซึ่งเป็นบุรพประโยคของ ป.ธ. ๔) ควบคู่กันไปได้
- ผู้ที่จะสอบ บาลีประโยค ๗ สามารถสอบ นักธรรมชั้นเอก (ซึ่งเป็นบุรพประโยคของ ป.ธ. ๗) ควบคู่กันไปได้

๒. การขยายโอกาสและการกระจายศูนย์สอบสู่ภูมิภาค
เพื่อให้การศึกษากระจายตัวอย่างทั่วถึง ไม่กระจุกตัวอยู่เพียงส่วนกลาง ทางการคณะสงฆ์ได้ดำเนินการกระจายอำนาจการสอบ ดังนี้:
- การแยกสนามสอบ: ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๐ ได้ประกาศแยกการสอบนักธรรมชั้นโทออกจากสนามหลวง (ส่วนกลาง) ไปดำเนินการสอบ ณ สนามสาขาต่าง ๆ ได้ เพื่อความสะดวกในการเดินทางและการจัดการ
- การลดเกณฑ์อายุสามเณร: เพื่อเปิดกว้างทางการศึกษาแก่เยาวชน ได้มีการปรับแก้ระเบียบอนุญาตให้สามเณรที่มีอายุตั้งแต่ ๑๗ ปีขึ้นไป (จากเดิมต้องอายุ ๑๙ ปี) มีสิทธิ์เข้าสอบนักธรรมในสนามสาขาของสนามหลวงได้
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๑ ได้เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ คือการเปิดสอบนักธรรมทั้ง ๓ ระดับชั้น (ตรี โท และเอก) พร้อมกันทั่วราชอาณาจักร ทั้งในสนามสอบกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งถือเป็น ครั้งแรกที่มีการเปิดสอบนักธรรมชั้นเอกในต่างจังหวัด อีกด้วย
๓. การปรับปรุงมาตรฐานข้อสอบและระยะเวลา
เพื่อให้การวัดผลมีความกระชับและเหมาะสมกับศักยภาพของผู้สอบมากยิ่งขึ้น ได้มีการปรับลดจำนวนข้อสอบและกำหนดเวลาให้เป็นมาตรฐานสากลขึ้นตามลำดับ:
- ระยะเริ่มต้น (พ.ศ. ๒๔๕๕): ข้อสอบแต่ละวิชามีจำนวนมากถึง ๒๑ ข้อ และไม่มีการกำหนดเวลาที่ตายตัว (ใช้เกณฑ์จำนวนผู้เหลือในห้องสอบต่ำกว่า ๖ รูป จึงถือว่าหมดเวลา)
- ระยะกลาง (พ.ศ. ๒๔๕๗): ปรับลดข้อสอบเหลือวิชาละ ๑๔ ข้อ และกำหนดเวลาสอบที่ ๓ ชั่วโมง ๓๐ นาที
- ระยะที่มีเสถียรภาพ (พ.ศ. ๒๔๗๒): ได้ปรับปรุงจนเป็นมาตรฐานที่กระชับขึ้น โดยลดจำนวนข้อสอบเหลือเพียง วิชาละ ๗ ข้อ และกำหนดเวลาสอบวิชาละ ๒ ชั่วโมง (ยกเว้นนักธรรมชั้นเอก ที่ยังคงให้เวลา ๓ ชั่วโมง เนื่องจากเนื้อหามีความซับซ้อนกว่า)
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ในสมัยนั้น ที่มุ่งเน้นทั้ง “คุณภาพ” ของผู้สอบ และ “โอกาส” ในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมทั่วประเทศ

