แฟ้มธรรม ตอนที่ ๓: จาก “เกณฑ์ทหาร” สู่ “หลักสูตรนักธรรม” วิสัยทัศน์ใหม่แห่ง ร.ศ. ๑๓๐

สานต่อจากตอนที่แล้ว: หลังจากที่คณะสงฆ์ต้องกำหนดเกณฑ์ “สามเณรรู้ธรรม” เพื่อยกเว้นการเกณฑ์ทหาร ในการประชุมครั้งแรก (มิถุนายน ร.ศ. ๑๓๐)

มาถึงการประชุม ครั้งที่ ๒ (มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงตกผลึกทางความคิด และนำเสนอวิสัยทัศน์ที่ “เปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาคณะสงฆ์ไทย” ไปตลอดกาล นั่นคือการเปลี่ยนจาก “การเรียนบาลีที่ยากลำบาก” มาสู่ “การเรียนธรรมะภาษาไทย” ที่เข้าถึงง่ายกว่า


💡 สรุปวาระสำคัญ: กำเนิด “นวกภูมิ” (ต้นแบบนักธรรมชั้นตรี)

จากการประชุมครั้งนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ได้ทรงเสนอแนวคิดสำคัญ 3 ประการ ดังนี้:

  1. ลดความสำคัญของบาลีในเบื้องต้น: ทรงมองว่าการกำหนดให้เณรต้องรู้บาลี (มคธ) นั้น “หนักเกินไป” และเรียนไม่ทันเวลาเกณฑ์ทหาร อีกทั้งยังขยายผลไปสู่หัวเมืองได้ยาก
  2. ชูหลักสูตร “นวโกวาท”: ทรงให้เน้นความรู้ธรรมอย่างสามัญ (ภาษาไทย) ซึ่งพระองค์ทรงแต่งตำรา นวโกวาท ไว้ใช้ฝึกสอนที่วัดบวรนิเวศวิหารและได้ผลดี จึงอยากขยายโมเดลนี้ไปทั่วประเทศ
  3. แบ่งหลักสูตรเป็น 2 สาย:
    • อย่างสามัญ: เน้นรู้ธรรมภาษาไทย (สำหรับพระเณรทั่วไป ทั้งในกรุงและหัวเมือง)
    • อย่างวิสามัญ: สำหรับผู้ที่สอบบาลีได้ด้วย
  4. วางรากฐาน 3 ระดับ: ทรงวางแผนจะขยายหลักสูตรให้สอดคล้องกับพระวินัย คือ นวกะ (ผู้ใหม่), มัชฌิมะ (ปานกลาง), และ เถระ (ผู้ใหญ่) ซึ่งนี่คือ จุดเริ่มต้นของ นักธรรมชั้นตรี, โท, และ เอก ในปัจจุบันนั่นเอง

📜 เอกสารจดหมายเหตุฉบับเต็ม

🔍 เกร็ดความรู้ (Glossary)

  • นวโกวาท: ตำราเรียนนักธรรมชั้นตรีในปัจจุบัน พระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ว่าด้วยวินัยบัญญัติและข้อธรรมเบื้องต้น
  • นวกภูมิ: ชั้นความรู้สำหรับผู้บวชใหม่ (ต่อมาคือ นักธรรมชั้นตรี)
  • มัชฌิมภูมิ: ชั้นความรู้สำหรับพระปานกลาง (ต่อมาคือ นักธรรมชั้นโท)
  • เถรภูมิ: ชั้นความรู้สำหรับพระเถระ (ต่อมาคือ นักธรรมชั้นเอก)

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *