แฟ้มธรรม ตอนที่ ๖: พระบรมราชานุญาตให้เริ่มหลักสูตร “นักธรรม” (ร.ศ. ๑๓๐)
เมื่อ “พิมพ์เขียว” การศึกษาได้รับการประทับตราอนุมัติ
หลังจากที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงวางโครงสร้างหลักสูตร “นวกภูมิ” (นักธรรม) และส่งเรื่องผ่านกระทรวงธรรมการเพื่อนำความกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
เพียงไม่กี่วันต่อมา… พระราชหัตถเลขาฉบับนี้ก็ได้ถูกส่งกลับมายังกระทรวงธรรมการ เป็นเครื่องยืนยันว่า พระมหากษัตริย์ทรงเห็นชอบและสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาของคณะสงฆ์อย่างเต็มที่
💡 ถอดรหัสพระราชกระแส: สั้น กระชับ ชัดเจน
ในเอกสารฉบับนี้ รัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระราชดำรัสตอบกลับโดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า:
- ทรงรับทราบแผนการ: ทรงทราบเรื่องการแบ่งการศึกษาเป็น 3 ชั้น (นวกะ, มัชฌิมะ, เถระ) เพื่อสร้างระบบการปกครองสงฆ์ที่เข้มแข็ง (ปูทางสู่การมีเจ้าอาวาสและเจ้าคณะที่ดี)
- ทรงรับทราบขั้นตอน: ทรงทราบเรื่องการประชุมเถรสมาคมและการร่างหลักสูตรชั้นต้น (นวกะ)
- คำตัดสิน: คำสำคัญที่สุดอยู่ท้ายจดหมายเพียงคำเดียวคือ “อนุญาต” ซึ่งเปรียบเสมือนกุญแจดอกสำคัญที่ไขประตูสู่ยุคใหม่ของการศึกษาคณะสงฆ์ไทย

📜 เอกสารจดหมายเหตุฉบับเต็ม
(คงอักขระและสำนวนเดิม เพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์)
คลิกเพื่ออ่านพระราชหัตถเลขาฉบับเต็ม
ที่ ๔๔/๑๑๕๖* วันที่ ๒๗ มีนาคม รัตนโกสินทรศก ๑๓๐
ถึง พระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์
ด้วยได้รับหนังสือที่ ๕๖๗/๔๖๙๕ ลงวันที่ ๒๓ เดือนนี้ ว่าสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงพระดำริจะจัดการศึกษาของภิกษุสามเณรให้เจริญขึ้น ได้ทรงแบ่งการศึกษาเป็น ๓ ชั้น ตามหลักพระวินัย ซึ่งจัดภิกษุเป็น ๓ พวก คือ เถระ มัชฌิมะ และนวกะ จะทรงรวมการเรียนพระปริยัติธรรม การเรียนนวโกวาท กับการเรียนความรู้ธรรมของสามเณรที่จัดใหม่ให้เข้ากลมเกลียวกัน
เบื้องต้นจะให้ภิกษุสามเณรมีความรู้ในชั้นนวกะ ต่อไปจะให้ถึงได้ผลเป็นทางเลือกพระภิกษุเป็นเจ้าอาวาส และเลือกหาผู้เป็นเจ้าคณะ ได้ทรงร่างพระดำริห์ชุมนุมเถระในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ปรึกษาตกลงตั้งหลักสูตรในชั้นนวกะขึ้นชั้นหนึ่ง ยังต่อไปอีก ๒ ชั้น จะขยายการขึ้นในภายหน้า ส่งสำเนาลายพระหัตถ์ และรายงานการประชุมเถรสมาคมและพระดำริห์ในเรื่องนี้ มาขออนุญาตนั้น ทราบแล้ว อนุญาต
(พระบรมนามาภิธัย) สยามินทร์
(แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๑ พ.ศ. ๒๔๕๖. หน้า ๑๓๕-๑๓๖.)
🔍 เกร็ดความรู้ (Trivia)
- สยามินทร์: คือพระปรมาภิไธย (พระนาม) ย่อ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) ที่ทรงใช้ลงพระนามในหนังสือราชการ
- ร.ศ. ๑๓๐: ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๕๔ (ปลายปี) หรือหากนับตามปฏิทินสากลปัจจุบันคือต้นปี พ.ศ. ๒๔๕๕ เป็นช่วงเวลาสำคัญของการวางรากฐานระบบราชการและคณะสงฆ์ไทย

