แฟ้มธรรม ตอนที่ ๘: เทียบโอนหน่วยกิตยุค ร.ศ. ๑๓๑? เมื่อ “สนามหลวง” ยอมรับผลสอบจากวัดต่างๆ
รู้หรือไม่? ในช่วงแรกของการตั้งสนามหลวง ข้อสอบวัดบางแห่ง “หิน” ยิ่งกว่าข้อสอบกลาง!
ในสมัย ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕) ระบบการสอบ “สนามหลวง” (Central Exam) เพิ่งเริ่มตั้งไข่ ในขณะที่วัดบางแห่ง (เช่น วัดบวรนิเวศวิหาร) มีการจัดการเรียนการสอนและสอบกันเองมานานจนเข้มข้น
สมเด็จพระมหาสมณะ (กรมพระยาวชิรญาณวโรรส) จึงทรงออกประกาศฉบับนี้เพื่อ “ลดความซ้ำซ้อน” โดยทรงอนุญาตให้ผู้ที่สอบผ่านจากวัดที่ได้มาตรฐาน สามารถนำผลสอบมายื่นเทียบวุฒิในสนามหลวงได้เลย โดยไม่ต้องสอบใหม่! นับเป็นต้นแบบของระบบการเทียบโอนความรู้ในวงการสงฆ์ไทย
💡 สรุปเกณฑ์การเทียบวุฒิ (ใครได้สิทธิ์บ้าง?)
จากประกาศฉบับนี้ มีการแบ่งเกณฑ์การยอมรับผลสอบไว้ดังนี้:
๑. กลุ่มที่ได้รับการยกเว้นสอบ (ผ่านจากวัด ยื่นใบรับรองได้เลย)
- วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม
- วิชาธรรมวิภาค (รวมเรียกว่า ประโยค ๑)
- วิชาวินัยบัญญัติ
- วิชาพุทธานุพุทธประวัติ (รวมเรียกว่า ประโยค ๒)
๒. การเลื่อนสมณศักดิ์เป็น “เปรียญ” (กรณีเก่งบาลีด้วย)
หากผู้ที่สอบวิชาสามัญ (ธรรมะ) ผ่านแล้ว สามารถสอบ “บาลี” (แปลอรรถกถาธรรมบท) เพิ่มเติมได้ จะได้เลื่อนสถานะพิเศษ ดังนี้:
| ความรู้บาลีที่สอบเพิ่ม | สถานะใหม่ที่ได้รับ | สิทธิพิเศษ |
| แปลได้ ประโยค ๑ | นักธรรมประโยค ๑ พิเศษ | – |
| แปลได้ ประโยค ๒ | เปรียญธรรมประโยค ๒ | เทียบเท่า เปรียญ ๓ ประโยค (ได้รับพระราชทานพัดยศ) |
หมายเหตุ: สามเณรจะยังไม่ได้รับพัดยศ จนกว่าจะบวชพระและสอบวินัยผ่านก่อน

📜 เอกสารจดหมายเหตุฉบับเต็ม
(คงอักขระและสำนวนเดิม เพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์)
คลิกเพื่ออ่านประกาศแจ้งความฉบับเต็ม
แจ้งความ เรื่องรับความรู้องค์นักธรรมประโยค ๑ ประโยค ๒ ของผู้สอบได้ในที่อื่นมาแล้ว
สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ พระมหาสมณะ รับสั่งให้แจ้งความว่า วัดที่ได้จัดการสอบความรู้องค์นักธรรมมานานแล้ว จนภิกษุสามเณรในวัดมีความรู้ธรรมวินัยเจริญขึ้น ได้สอบถึงพุทธานุพุทธประวัติมีอยู่ ความรู้ที่สอบได้ในวัดเหล่านี้ ในเวลานี้ ยังสูงกว่าความรู้ที่สอบในสนามหลวงที่เริ่มจัดขึ้นใหม่ สมควรจะรับความรู้ของผู้สอบได้มาแล้ว ไม่ต้องให้สอบใหม่
เพราะเหตุนั้น ภิกษุสามเณรผู้จะสอบความรู้องค์ของนักธรรมเปรียญธรรมประโยคพิเศษ จงนำใบสอบได้ในวัดที่อยู่ หรือในสำนักอื่นที่ครบประโยคแล้ว ยื่นต่อสนามหลวง คือ
- เรียงความแก้กระทู้ธรรม และตอบปัญหาธรรมวิภาค รวมเป็นประโยค ๑
- ตอบปัญหาวินัยบัญญัติ และตอบปัญหาพุทธานุพุทธประวัติ รวมเป็นประโยค ๒
ถ้าตรวจเห็นว่าใช้ได้ ก็จะรับความรู้นั้นว่าเป็นอันสอบได้แล้ว
- ถ้าแปลอรรถกถาธรรมบทประโยค ๑ ได้ นับว่าเป็น นักธรรมประโยค ๑ พิเศษ
- ถ้าแปลประโยค ๒ ได้ นับว่าเป็น เปรียญธรรมประโยค ๒ เหมือนเปรียญรามัญ เทียบได้กันกับเปรียญ ๓ ประโยค จะได้รับพระราชทานพัดยศอย่างเปรียญ ๓ ประโยค
แต่สามเณรยกวินัยบัญญัติไว้พลาง เมื่ออุปสมบทแล้ว ต้องสอบวินัยบัญญัติให้ได้ก่อน จึงจะได้รับพระราชทานพัดยศเปลี่ยน
ฝ่ายภิกษุสามเณรผู้แปลอรรถกถาธรรมบท ประโยค ๑ ประโยค ๒ ได้ไว้แล้ว เมื่อสอบความรู้องค์นักธรรมได้ในสนามหลวงก็ดี ในสำนักอื่นแต่สนามหลวงยอมรับก็ดี ก็จะได้รับนับเป็นนักธรรมประโยค ๑ พิเศษ และเปรียญธรรม ๒ ประโยค ดุจเดียวกัน
แจ้งความมา ณ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ร.ศ. ๑๓๑=๒๔๕๕
(แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๑ พ.ศ. ๒๔๕๖. หน้า ๑๘๕-๑๘๖.)
🔍 เกร็ดความรู้ท้ายแฟ้ม
- ทำไมข้อสอบวัดถึงยากกว่า?: ในช่วงแรกเริ่ม การสอบสนามหลวงยังเป็นการปูพื้นฐาน (นวกภูมิ) แต่วัดใหญ่อย่างวัดบวรนิเวศวิหาร มีการเรียนการสอนที่เข้มข้นมาก่อนหน้านั้นแล้ว สมเด็จฯ ท่านจึงให้เครดิตกับวัดที่มีมาตรฐานสูง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผู้เรียน
- เปรียญรามัญ: ระบบการสอบของพระสงฆ์ฝ่ายมอญ ซึ่งในสมัยนั้นได้รับการยกย่องว่ามีความรู้ความสามารถในทางปริยัติสูง

