แฟ้มธรรม ตอนที่ ๑๔: ปฏิวัติหลักสูตรบาลี! กำเนิด “เปรียญธรรมตรี” และการสอบไวยากรณ์ที่เข้มข้น
มหาเปรียญทั้งหลายทราบหรือไม่? ว่าในอดีตการสอบ “เปรียญธรรม ๓ ประโยค” นั้น ไม่ได้สอบแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน (ที่ต้องสอบแปล, สัมพันธ์, และไวยากรณ์) แต่เป็นการเน้น “แปล” ล้วนๆ!
จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๕๖ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเล็งเห็นจุดอ่อนสำคัญว่า พระเณรแปลได้แต่ “ไม่รู้เรื่อง” คือท่องจำมาตอบแต่ไม่เข้าใจโครงสร้างภาษา จึงทรงออกประกาศฉบับนี้เพื่อ “ยกเครื่อง” หลักสูตรบาลีใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นรากฐานที่ใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้
🛠️ ยกเครื่องใหม่: แก้ปัญหา “ท่องจำ” ด้วย “ความเข้าใจ”
จากประกาศฉบับนี้ เราสรุปการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ ๓ ประเด็น ดังนี้:
๑. ปัญหาเดิม: แปลได้แต่ไม่แตกฉาน 😓 สมเด็จฯ ท่านตรัสไว้ชัดเจนว่า “…ผู้เข้าสอบโดยมากด้วยกัน ไม่รู้จักสัมพันธ์และไม่แตกฉานในทางไวยากรณ์…” คือแปลไทยเป็นบาลีได้ แต่ไม่รู้ว่าคำไหนเชื่อมกับคำไหน ทำให้ความรู้บาลีตกต่ำ
๒. หลักสูตรใหม่: สูตรสำเร็จ ๓ ส่วน 📚 ทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เปลี่ยนจากการแปลยาวๆ ๓ ประโยค มาเป็น ๓ วิชาหลักที่ต้องสอบให้ผ่านพร้อมกัน คือ:
- 📜 แปลมคธเป็นไทย: (แปลธรรมบท) เพื่อดูความเข้าใจเนื้อหา
- 🔗 วิชาสัมพันธ์: (เพิ่มใหม่) เพื่อดูการเชื่อมโยงหน้าที่ของคำ
- ✍️ วิชาไวยากรณ์: (วจีวิภาค) เพื่อดูแม่นยำเรื่องศัพท์และการแจกวิภัตติ
๓. เงื่อนไขใหม่: ต้องผ่าน “นักธรรม” ก่อน 🎓 นี่คือกฎเหล็กที่เริ่มใช้จริงจัง คือจะสอบบาลีได้ ต้องมีความรู้พื้นฐานทางธรรม (นักธรรม) เสียก่อน เพื่อให้เป็นศาสนทายาทที่สมบูรณ์ ทั้งทางธรรมและทางบาลี โดยเรียกรวมกันว่า “เปรียญธรรมชั้นตรี”

📜 เอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศจัดหลักสูตรเปรียญบาลี ๓ ประโยค (พ.ศ. ๒๔๕๖) (ด้านล่างนี้คือข้อความจากเอกสารต้นฉบับ แสดงถึงการปรับเปลี่ยนหลักสูตรครั้งประวัติศาสตร์)
คลิกเพื่ออ่านเอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศจัดหลักสูตรเปรียญบาลี ๓ ประโยค (พ.ศ. ๒๔๕๖)
ที่ ๔/๒๔๕๖ ประกาศ จัดหลักสูตรแห่งเปรียญบาลี ๓ ประโยค เข้ากับองค์นักธรรมประโยค ๒ เป็นเปรียญธรรม ชั้นตรี
สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระมหาสมณะ ตรัสประกาศไว้ว่า การสอบความรู้บาลีเป็นเปรียญ ๓ ประโยค ให้แปลธัมมปทัฏฐกถา เป็นความไทยอย่างเดียวกันทั้ง ๓ ประโยค ไม่ค่อยจะได้เปรียญมีความรู้ดี เพราะผู้เข้าสอบโดยมากด้วยกัน ไม่รู้จักสัมพันธ์และไม่แตกฉานในทางไวยากรณ์ เมื่อเป็นเช่นนี้ การเรียนบาลีจึงยังตกต่ำ
มีพระประสงค์จะทรงบำรุงให้เจริญขึ้น จึงจะทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตแก้ไขหลักสูตรเปรียญบาลี ๓ ประโยค ๑. ให้คงแปลธัมมปทัฏฐกถา เพียงประโยคเดียว ๒. อีก ๒ ประโยคนั้นเปลี่ยนเป็นสอบความรู้สัมพันธ์ เพื่อให้รู้จักชักศัพท์เชื่อมถึงกัน ประโยค ๑ ๓. สอบความรู้บาลีไวยากรณ์ส่วนวจีวิภาค เพื่อเข้าใจผูกศัพท์ ประโยค ๑ ฯ
วิธีสอบสัมพันธ์ จักวางแบบให้ไว้ ส่วนวิธีสอบไวยากรณ์เคยกันมาแล้ว ทั้ง ๓ นี้ รวมเป็นหลักสูตรบาลี เป็นองค์อันหนึ่งของ เปรียญธรรม ชั้นตรี ฯ
วิธีสอบ ไม่สอบเป็นประโยค ๆ ไปเหมือนเดิม สอบคราวเดียวกันทั้ง ๓ ประโยค คิดเฉลี่ยคะแนนแล้ว ได้หรือตกก็พร้อมกันทั้ง ๓ อย่าง ฯ
และในศกนี้ มีภิกษุสามเณรเข้าสอบองค์นักธรรมประโยค ๑ เกือบถึง ๖๐๐ เข้าสอบประโยค ๒ เกือบ ๒๐๐ มีจำนวนผู้สอบได้ก็มาก การเล่าเรียนพระธรรมวินัยแพร่หลายออกไป เปรียญและนักเรียนบาลีก็เข้าสอบอยู่โดยมากด้วยกันแล้ว เป็นเวลาสมควรจะจัดให้เข้าระเบียบกับการเรียนบาลีตลอดไปได้แล้ว
ตั้งแต่ศกหน้า ภิกษุสามเณรผู้จะเข้าสอบบาลีเป็นเปรียญ ๓ ประโยค ต้องสอบได้องค์นักธรรมประโยค ๒ สามัญมาก่อนแล้ว เมื่อสอบบาลีได้อีกองค์หนึ่ง จัดเป็นเปรียญธรรม ชั้นตรี ได้แก่นวกภูมิ หรือเรียกนับประโยคว่า เปรียญธรรม ๓ ประโยคก็ได้ฯ
ฝ่ายภิกษุสามเณรผู้ได้บาลีประโยค ๒ ไว้แล้ว ให้สอบองค์นักธรรมชั้นตรีสามัญได้แล้ว ให้เป็นเปรียญธรรม ฝ่ายผู้ได้บาลีประโยค ๑ ที่เป็นนักธรรมชั้นตรี ให้แปลธัมมปทัฏฐกถาอีก ๑ ประโยค กับสอบสัมพันธ์และไวยากรณ์ส่วนวจีวิภาค ผู้ที่ยังไม่ได้องค์นักธรรมชั้นตรี ต้องให้ได้ก่อน จึงจะเข้าสอบอย่างนั้นได้ฯ
ตรัสประกาศให้อาจารย์และนักเรียนทราบไว้พลาง เพื่อจะได้เตรียมสอน เตรียมเรียนให้เข้าระเบียบ ถ้าได้รับพระบรมราชานุญาต จักจัดตามนี้ ฯ ฝ่ายเปรียญ ๓ ประโยค ผู้จะแปลประโยค ๔ ขึ้นไปในคราวหน้า ต้องได้องค์นักธรรมประโยค ๒ สามัญมาก่อนแล้ว ฯ
ประกาศไว้ ณ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๖ ฯ
(ที่มา: แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๑ พ.ศ. ๒๔๕๖. หน้า ๕๒๖-๕๒๘.)

