แฟ้มธรรม ตอนที่ ๑๕: สั่งเลิกใช้ตำรา “สารัตถสังคหะ” เพราะความเชื่อเรื่องต้นโพธิ์ทำลายวัด?
ในการเรียนบาลีประโยค ๕ ปัจจุบัน เราคุ้นเคยกับคัมภีร์ มังคลัตถทีปนี แต่หากย้อนไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ตำราที่ใช้สอบคือ “สารัตถสังคหะ”
แต่แล้วในปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ได้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญขึ้น เมื่อ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงมีพระดำริให้ “ยกเลิก” การใช้ตำรานี้สอบ ด้วยเหตุผลที่สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลและเป็นวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง… นั่นคือเรื่องของ “ต้นโพธิ์”
🌳 เมื่อความเชื่อ… ขัดแย้งกับความเป็นจริง
เอกสารฉบับนี้ระบุเหตุผลที่น่าทึ่งมากในการเปลี่ยนหลักสูตร ทรงวิจารณ์ตำราเก่าไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า:
“ปกรณ์นี้รจนาไม่เรียบร้อยในทางไวยากรณ์ และข้อความที่ชักมากล่าว อาจทำให้เสียผลได้ก็มี”
ตัวอย่างความเสียหายที่ทรงยกมา:
ในตำราเก่าสอนว่า “การตัดฟันต้นโพธิ์เป็นบาปหนัก” 🚫🪓
ด้วยความเชื่อนี้ ทำให้พระสงฆ์ตามวัดต่างๆ ไม่กล้าตัดต้นโพธิ์ที่งอกขึ้นมาเล็กๆ บนเจดีย์หรือกุฏิวิหาร ปล่อยให้มันโตจนรากชอนไชทำลายถาวรวัตถุพังเสียหาย
ด้วยเหตุนี้ จึงทรงสั่งเปลี่ยนตำราสอบประโยค ๕ ใหม่ มาใช้ “บาลีมุตตกวินัย” (วินิจฉัยวินัยนอกบัญชี) แทน เพื่อให้พระมีความรู้เรื่องวินัยที่ถูกต้องและนำไปปฏิบัติได้จริง
🔄 สรุปการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร (พ.ศ. ๒๔๕๖)
นอกจากการเปลี่ยนตำราประโยค ๕ แล้ว ประกาศฉบับนี้ยังย้ำระเบียบการสอบประโยค ๓ ให้ชัดเจนขึ้นด้วย:
| ระดับชั้น | การเปลี่ยนแปลง | หมายเหตุ |
| เปรียญธรรม ๓ | 📚 ต้องสอบ ๓ วิชา: 1. แปลธรรมบท (๑ ประโยค) 2. วิชาสัมพันธ์ (๑ ประโยค) 3. วิชาไวยากรณ์ | เน้นว่าผู้สอบต้องผ่าน “นักธรรมตรี” มาก่อนจึงจะมีสิทธิ์สอบ |
| เปรียญธรรม ๕ | 📕 เปลี่ยนหนังสือ: จาก สารัตถสังคหะ ❌ เป็น บาลีมุตตกวินัย ✅ | ยกเลิกตำราเดิมที่แต่งไม่เรียบร้อยและมีความเชื่อที่อาจก่อโทษ |

📜 เอกสารจดหมายเหตุ: เรื่องแก้ไขหลักสูตรและจัดระเบียบการสอบไล่
(ด้านล่างนี้คือข้อความจากเอกสารต้นฉบับ แสดงถึงคำสั่งเปลี่ยนแปลงแบบเรียน)
คลิกเพื่ออ่านเอกสารจดหมายเหตุ: เรื่องแก้ไขหลักสูตรและจัดระเบียบการสอบไล่
เรื่องแก้ไขหลักสูตรและจัดระเบียบการสอบไล่ พระปริยัติธรรม ในสนามหลวง
ด้วยสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระมหาสมณะ โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหาสมณศาสนไปยังกระทรวงธรรมการ ทรงพระปรารภการเรียนธรรมในบัดนี้ว่า แพร่หลายขึ้น จนได้ประกาศรวมประโยค ๑ กับ ประโยค ๒ สอบคราวเดียวกัน ไม่มีพักในระหว่าง มีพระดำริว่า ในการสอบบาลีชั้นต่ำเพียงธัมมปทัฏฐกถา ในคราวหน้า จะอนุญาตให้เข้าสอบได้ เฉพาะแต่ผู้เป็นนักธรรมชั้นตรีแล้วเท่านั้น ฯ
อีกประการหนึ่ง ได้ทรงสังเกตเห็นผู้แปลบาลีโดยมากขาดความรู้สัมพันธ์ คือเชื่อมศัพท์เข้ากับศัพท์ และอ่อนทางความรู้บาลีไวยากรณ์ส่วนวจีวิภาค จนกลายเป็นผู้แปลหนังสือไม่มีหลัก ในการสอบความรู้บาลี ๓ ประโยคเบื้องต้น คือชั้นธัมมปทัฏฐกถา ในกาลต่อไป ทรงพระดำริว่าควรจะแก้หลักสูตรดังนี้ คงให้แปลธัมมปทัฏฐกถาเป็นความไทย ๑ ประโยค อีก ๒ ประโยค เปลี่ยนเป็นแปลสัมพันธ์ (ใช้เรื่องในธัมมปทัฏฐกถานั้นเอง) ๑ ประโยค ให้ตอบปัญหาบาลีไวยากรณ์ส่วนวจีวิภาค ๑ ประโยค สอบในคราวเดียวกัน ได้หรือตกก็พร้อมกัน ผู้เข้าสอบเป็นนักธรรมชั้นตรีมาแล้วแปลบาลีได้ เป็นเปรียญธรรมชั้นตรี ตรงกับเปรียญธรรมนวกภูมิ หรือเรียกเรียงประโยคว่า เปรียญ ๓ ประโยค ฯ
อีกอย่างหนึ่ง หลักสูตรสำหรับแปลบาลีประโยค ๕ ที่แล้วมาเคยใช้ปกรณ์ ชื่อสารัตถสังคหะ ปกรณ์นี้รจนาไม่เรียบร้อยในทางไวยากรณ์ และข้อความที่ชักมากล่าว อาจทำให้เสียผลได้ก็มี เช่น กล่าวว่าตัดฟันต้นโพเป็นบาปนัก ตามวัดจึงปล่อยให้ต้นโพเล็ก ๆ ขึ้นบนของก่อสร้างจนถึงทำให้เป็นอันตราย อาศัยเหตุเช่นนี้ สมเด็จพระมหาสมณะ จึงทรงเห็นว่าไม่ควรใช้เป็นแบบแผน มีพระดำริว่า หลักสูตรสำหรับสอบบาลีประโยค ๕ ในคราวหน้า ควรใช้ปกรณ์บาลีมุตตกวินัย วินิจฉัยว่าด้วยวินัย แทนปกรณ์สารัตถสังคหะ ฯ
ทั้งนี้ กระทรวงธรรมการได้นำความขึ้นกราบบังคมทูล ทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว แต่ ณ วันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๖ จึงแจ้งความให้ครูและนักเรียนปริยัติธรรมทราบไว้ ฯ
(ที่มา: แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๑ พ.ศ. ๒๔๕๖. หน้า ๕๕๗-๕๕๘.)

