แฟ้มธรรม ตอนที่ ๑๗: หมดเวลา! ย้อนรอย “การจับเวลาสอบ” ครั้งแรกในสนามหลวง (พ.ศ. ๒๔๕๗)
ทุกวันนี้ใครเข้าห้องสอบก็ต้องแข่งกับเวลาใช่ไหมครับ? แต่เชื่อหรือไม่ว่า… ในยุคแรกของการสอบสนามหลวง “ไม่มีการจับเวลา”!
สาเหตุก็เพราะในสมัยนั้น (ก่อนปี ๒๔๕๗) พระภิกษุสามเณรส่วนใหญ่ยัง “ไม่สันทัดในการเขียน” (เขียนไม่ค่อยคล่อง) สนามหลวงจึงอนุโลมให้เขียนไปเรื่อยๆ โดยมีกติกาเดิมว่า ขอแค่ยังมีเพื่อนเขียนอยู่ด้วยอย่างน้อย ๓ รูป ก็ให้สอบต่อไปได้
แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ทักษะการเขียนดีขึ้น ปัญหาใหม่จึงเกิดขึ้นจนนำมาสู่ ประกาศกฎเหล็ก ฉบับนี้ครับ
⏳ ทำไมต้องเริ่มจับเวลา?
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงสังเกตเห็นพฤติกรรมของผู้เข้าสอบที่เปลี่ยนไป ดังนี้:
- ✅ เขียนเก่งขึ้นแล้ว: ผู้สอบส่วนใหญ่เริ่มชำนาญการเขียนหนังสือ
- 🤔 แต่ชอบ… นั่งนึก: แทนที่จะรีบเขียน กลับเอาเวลาไป “ตริตรอง” (นั่งนึกคำตอบ/เรียบเรียง) นานเกินไป ทำให้การสอบยืดเยื้อ
🚫 กฎกติกาใหม่: ช้า = ตก!
เพื่อให้การสอบกระชับและยุติธรรม จึงทรงกำหนดกติกาใหม่ไว้ดังนี้:
⏰ กำหนดเวลาตายตัว: จะมีการระบุชัดเจนว่าวิชานี้ให้เวลา “กี่ชั่วโมง” หรือ “กี่นาที”
- 🚀 ส่งไม่ทัน = ปรับตก: หากหมดเวลาแล้วยังไม่ส่ง (ส่งไม่ทันกำหนด) ถือว่า สอบตก ในวิชานั้นทันที (ตกในการเขียน)
- 📝 เขียนไม่จบ = ลุ้นเอา: หากเขียนยังไม่เสร็จแต่รีบส่งทันเวลา กรรมการจะ รับตรวจให้
- ถ้าส่วนที่เขียนมาดีพอ: คะแนนอาจจะคุ้มส่วนที่ขาดไป -> สอบได้ ✅
- ถ้าคะแนนไม่พอ: -> สอบตก ❌

📜 เอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศกำหนดเวลาเขียน (พ.ศ. ๒๔๕๗) (ด้านล่างนี้คือข้อความจากเอกสารต้นฉบับ แสดงถึงคำสั่งเริ่มใช้ระบบจับเวลา)
เอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศกำหนดเวลาเขียน (พ.ศ. ๒๔๕๗)
ประกาศกำหนดเวลาเขียน ในการสอบความรู้ ในสนามหลวง
สมเด็จพระมหาสมณะ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ตรัสประกาศไว้ว่า ตั้งแต่จัดการสอบความรู้ด้วยวิธีเขียนขึ้นแล้ว ยังไม่ได้จำกัดเวลาลงไป เพราะทรงพระดำริห์เห็นว่า ผู้สอบยังไม่สันทัดในการเขียนโดยมาก เป็นแต่ยังมีเพื่อนเขียนอยู่ด้วย ๓ รูปก็เป็นใช้ได้
มาในคราวนี้ ทรงสังเกตเห็นว่า ผู้สอบสันทัดในการเขียนโดยมากแล้ว แต่เอาเวลาไปใช้เพื่อตริตรองเสีย ไม่ย่นเวลาเขียนเข้าได้ ตั้งแต่เที่ยวนี้ จึงทรงกำหนดเวลาเขียนลงไว้ว่าเท่านั้นชั่วโมง หรือมีเศษด้วยเท่านั้น พอเหมาะแก่ประโยค ที่โปรดให้เขียนบอกไว้ในที่สอบ
ผู้สอบจงเขียนและส่งประโยคให้เสร็จทันเวลาที่กำหนดไว้ ๑. ถ้าไม่ส่งทันกำหนด จัดเป็นตกในการเขียน ๒. ถ้าส่งใบที่เขียนไม่เสร็จ โปรดให้กรรมการรับตรวจ แต่จะได้หรือตก สุดแท้แต่ความรู้ ถ้าความรู้ดี คุ้มข้อความที่ขาดได้ก็เป็นอันได้ ไม่เช่นนั้นก็เป็นอันตก ฯ
ประกาศไว้ ณ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๕๗ ฯ
(ลงพระนาม) กรม-วชิรญาณวโรรส
(ที่มา: แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๒ พ.ศ. ๒๔๕๗. หน้า ๕๒๘.)
บทส่งท้าย ประกาศฉบับนี้คือจุดเริ่มต้นของมาตรฐานการสอบที่มี “เงื่อนไขเวลา” เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการฝึกให้พระภิกษุสามเณรต้องมีความแม่นยำในความรู้ (คิดให้ไว) และมีวินัยในการบริหารเวลา (เขียนให้ทัน) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่สืบทอดมาจนถึงการสอบในปัจจุบัน

