แฟ้มธรรม ตอนที่ ๒๖: ของโหลไปก็ไร้ค่า? ย้อนรอยประกาศปี ๒๔๖๐ สั่งจำกัด “พัดนักธรรม” ให้เฉพาะคนทำงานจริง!
ในยุคแรกของการสอบนักธรรม ทางการคณะสงฆ์ได้แจก “พัดรอง” (พัดนักธรรม) ให้กับผู้สอบผ่านทุกคนเพื่อเป็นเกียรติยศ แต่เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนนักธรรมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดภาวะ “พัดเฟ้อ” (Inflation of Honors)
ปมปัญหา (Pain Point):
- 📉 ความขลังลดลง: พัดมีเกลื่อนจนดูเป็นของโหล (ในสมัยนั้นใช้คำว่า “เฝือ”)
- 😒 พระผู้ใหญ่เมิน: พระที่มีสมณศักดิ์สูงกว่า (เช่น พระเปรียญ หรือพระฐานานุกรม) ที่สอบนักธรรมได้ รู้สึกว่าการถือพัดนักธรรมเหมือนเป็นการ “ลดเกรด” ตัวเองลงไปเท่ากับพระทั่วไป เลยพาลไม่ยอมใช้พัดนี้ หันไปใช้พัดส่วนตัวแทน
- 💸 สิ้นเปลืองงบ: การแจกหว่านไปทั่วแต่คนได้รับไม่เห็นคุณค่า ถือเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
🔨 มาตรการจัดระเบียบ (The Solution): สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงประกาศ “จำกัดสิทธิ์” การแจกพัดนักธรรมใหม่ ตั้งแต่ปี ๒๔๖๐ เป็นต้นไป:
- 🚫 เลิกแจกทุกคน: สอบผ่านเฉยๆ ไม่ได้พัดแล้ว
- ✅ แจกเฉพาะ “ตัวจริง”: จะได้รับพัดก็ต่อเมื่อ
- บวชมาแล้วเกิน ๕ พรรษา
- “ทำงานจริง” (เอาภารธุระพระพุทธศาสนา) เช่น เป็นครูสอนนักธรรมให้คนอื่น
- ⚖️ กติกาการใช้พัด: ปกติจะใช้พัดอะไรก็ได้ตามสะดวก แต่ถ้าเป็น “งานราชพิธี” ที่ต้องเข้าแถวตามยศ ให้ถือ “พัดนักธรรม” เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

เอกสารต้นฉบับ (The Original Archive)
📜 เอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศเรื่องพัดนักธรรม (ข้อความด้านล่างนี้ เป็นการคัดลอกอักขระวิธีตามต้นฉบับเดิมทุกประการ)
เอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศเรื่องพัดนักธรรม
ประกาศเรื่องพัดนักธรรม
สมเด็จพระมหาสมณะ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ตรัสประกาศไว้ว่า เมื่อแรกจัดประโยคนักธรรมชั้นตรีขึ้น มีพระประสงค์จะทรงยกย่องนักธรรม จึงตรัสให้ทำพัดรองขึ้นประทานแก่พระนักธรรม แต่ยังไม่มีจำกัดลง เมื่อพระนักธรรมมีมากขึ้น พัดนั้นจึงปรากฏว่าเฝือไปจนพระเปรียญ พระฐานานุกรม ผู้เป็นนักธรรมไม่รู้สึกว่า ถือพัดนั้นเป็นเกียรติยศ กลับเห็นไปว่า เหมือนพระนักธรรมไป พอใจถือพัดอื่นเสีย เมื่อเข้าลำดับ เป็นธรรมเนียมอยู่เอง ที่พระเปรียญพระฐานานุกรมอยู่ในลำดับสูงกว่าพระนักธรรม ดูเหมือนพัดนักธรรมที่มีตราคณะสงฆ์กลับเลวไปกว่าพัดบุคคลทำ ทำประทานก็ไม่สำเร็จประโยชน์ เป็นการเปลืองเปล่า ทรงพระดำริเห็นสมควรจะมีจำกัดลง ตั้งแต่การสอบคราวนี้ไป จักไม่ประทานพัดรองแก่พระนักธรรมทั่วไป ทั้งชั้นตรี ทั้งชั้นโท จักประทานเฉพาะแก่พระนักธรรมผู้มีพรรษาพ้น ๕ ขึ้นไปแล้ว และได้เอาภารธุระพระพุทธศาสนา เป็นต้นว่าได้เป็นครูสอนผู้อื่นแล้ว ส่วนนักธรรม จำนวนศก ๒๔๕๙ จักประทานเหมือนในหนหลัง
อนึ่ง มีเป็นธรรมเนียมว่า พระผู้ไม่มีพัดยศ ได้รับพัดรองแต่ท่านผู้ใหญ่แล้ว ถือพัดรองอื่นก็ได้ พวกนักธรรมผู้ได้รับประทานพัดรองไว้แล้ว จะใช้พัดรองของบุคคลก็ได้ เว้นไว้แต่ในคราวเข้าราชการที่พระมีฐานันดรถือพัดยศ พระนักธรรม ต้องถือพัดสำหรับนักธรรม ฯ
ประกาศไว้ ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๐
(แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๕ พ.ศ. ๒๔๖๐. หน้า ๓๔๗-๓๔๘.)

