แฟ้มธรรม ตอนที่ ๒๗: กระจายอำนาจ! ย้อนรอยประกาศปี ๒๔๖๐ เมื่อสนามหลวง “มอบดาบอาญาสิทธิ์” ให้วัดใหญ่จัดสอบเองได้ (เทียบเท่าของหลวง!)
หลังจากหลักสูตร “นักธรรมชั้นตรี” เริ่มลงหลักปักฐานมั่นคง (ในเอกสารใช้คำว่า “ปลูกติด”) และมีการเรียนการสอนแพร่หลายไปทั่วแล้ว ในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงตัดสินพระทัย “ยกระดับสนามสอบวัด” ให้กลายเป็น “สนามสอบมาตรฐาน”
🔓 ปลดล็อก: สอบที่วัด = สอบสนามหลวง: จากเดิมที่วัดทำหน้าที่แค่ “คัดกรองคน” ส่งไปสอบสนามกลาง ประกาศนี้อนุญาตให้วัดสำนักเรียนใหญ่ๆ “จัดสอบและตัดเกรดเองได้เลย” ใครสอบผ่านที่วัด ก็ให้ถือว่าเป็น “นักธรรมหลวง” มีสิทธิ์ไปสอบต่อในชั้นที่สูงขึ้น (ชั้นโท หรือ บาลี) ได้ทันที
👮 กติกาคุมเข้ม (Quality Control): เพื่อให้มาตรฐานไม่ตก จึงมีเงื่อนไขเหล็กบังคับไว้:
- กรรมการต้องขลัง: ต้องเชิญ “กรรมการสนามหลวง” มาคุมสอบและตรวจข้อสอบอย่างน้อย 3 รูป (ห้ามจัดกันเองเออเอง)
- ข้อสอบต้องกลาง: ให้กรรมการสนามหลวงที่เชิญมาเป็นคนออกข้อสอบ
- ห้ามมั่วนิ่ม: ห้ามรับคนนอกมาสอบ (สอบสาดไปมิได้) ต้องเป็นนักเรียนที่มีชื่อในทะเบียนวัดนั้นจริงๆ
- เกณฑ์อายุ: สามเณรที่จะสอบต้องอายุ ๑๙ ปี ขึ้นไป
🏛️ เปิดโผ 8 สำนักเรียนระดับท็อป (Elite Temples): รายชื่อวัดที่ได้รับอนุญาตในยุคบุกเบิก (บางวัดต้องจับมือเป็นพันธมิตรกันจัดสอบ):
- วัดบวรนิเวศวิหาร (+วัดราชาธิวาส)
- วัดมหาธาตุ
- วัดเบญจมบพิตร
- วัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์)
- วัดสุทัศน์
- วัดเทพศิรินทร์ (+วัดบรมนิวาส)
- วัดราชบพิธ (+คณะสงฆ์ต่างจังหวัดรอบกรุงเทพฯ)
- วัดอนงคาราม (+วัดประยุรวงศ์, วัดราชโอรส)

เอกสารต้นฉบับ (The Original Archive)
📜 เอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศให้สอบประโยคนักธรรมชั้นตรี ตามวัดอันเป็นสำนักเรียนใหญ่ (ข้อความด้านล่างนี้ เป็นการคัดลอกอักขระวิธีตามต้นฉบับเดิมทุกประการ)
เอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศให้สอบประโยคนักธรรมชั้นตรี ตามวัดอันเป็นสำนักเรียนใหญ่
ที่ ๕/๖๐ ประกาศ ให้สอบประโยคนักธรรมชั้นตรี ตามวัดอันเป็นสำนักเรียนใหญ่
สมเด็จพระมหาสมณะ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ตรัสประกาศไว้ว่า บัดนี้ ได้จัดหลักสูตรประโยคนักธรรมชั้นโทขึ้นแล้ว ในศกนี้ที่เป็นคราวแรก มีผู้ขอเข้าสอบ ถึง ๒๐๐ รูปเศษ เห็นว่าเป็นอันปลูกติดและประโยคนักธรรมชั้นตรี บัดนี้ก็สอนกันทั่วถึงแล้ว ตั้งแต่ศกหน้าอนุญาตให้วัดที่เป็นสำนักเรียนใหญ่ สอบความรู้ประโยคนักธรรมชั้นตรีได้เอง นักธรรมชั้นตรีที่สอบได้ในสนามวัดอย่างนี้ จักรับเอาเป็นนักธรรมหลวง เข้าสอบประโยคนักธรรมชั้นโทในสนามหลวงก็ได้ เข้าสอบประโยคเปรียญธรรมชั้นตรีในสนามหลวงก็ได้ ให้เจ้าสำนักเรียนใหญ่จัดการสอบดังต่อไปนี้
๑. ให้เชิญกรรมการสนามหลวงไปเป็นกรรมการตรวจไม่น้อยกว่า ๓ รูป กรรมการเหลือจากนั้น ต้องเป็นผู้ที่สมเด็จพระมหาสมณะทรงตั้งไว้สำหรับ ฯ ๒. ประโยคที่สอบ ให้กรรมการสนามหลวง ผู้รับเชิญไปสอบเป็นผู้ออก เจ้าสำนักผู้เป็นกรรมการสนามหลวงอยู่เอง เป็นผู้ออกด้วยก็ได้ แต่ให้ออกเพียงรูปละใบ ให้เจ้าสำนักเป็นผู้จัดพิมพ์ขึ้น ฯ ๓. ให้สอบได้เฉพาะผู้มีชื่อขึ้นอยู่ในทะเบียนแห่งสำนัก จะรับสอบสาดไปมิได้ ฯ ๔. สามเณรผู้จะเข้าสอบในชั้นนี้ ต้องมีอายุ ๑๙ ปีขึ้นไป ฯ ๕. ระเบียบอื่นอันมิได้ว่าไว้ ให้จัดตามสนามหลวงทุกประการ ฯ ๖. เมื่อเสร็จการสอบแล้ว ให้ยื่นรายงานและรายชื่อผู้สอบได้ ฯ
สำนักที่อนุญาตให้สอบนั้น ดังต่อไปนี้ :- ๑. สำนักวัดบวรนิเวศวิหาร ให้สำนักวัดราชาธิวาสเข้าสมทบ ๒. สำนักวัดมหาธาตุ ๓. สำนักวัดเบญจมบพิตร ๔. สำนักวัดพระเชตุพน ๕. สำนักวัดสุทัศน์ ๖. สำนักวัดเทพศิรินทร์ ให้สำนักวัดบรมนิวาสสมทบ ๗. สำนักวัดราชบพิธ กับคณะแขวงต่างจังหวัดกรุงเทพฯ สมทบกัน ๘. สำนักวัดอนงคาราม ให้สำนักวัดประยุรวงศ์และสำนักวัดราชโอรสสมทบ
คณะแขวงกรุงเทพฯ ขึ้นอยู่ในสำนักใด ให้สมทบสำนักนั้น ฯ
นักธรรมชั้นตรีของสนามมณฑลก็ดี ของสนามจังหวัดก็ดี ที่กรรมการสนามหลวงได้เป็นแม่กองสอบ จักรับเข้าสอบประโยคนักธรรมชั้นโท หรือประโยคเปรียญธรรมชั้นตรี ในสนามหลวงดุจกัน ฯ ส่วนนักธรรมของวัดที่เป็นสำนักเรียนที่ออกชื่อมาแล้วข้างหลังนี้ นอกจากของคณะต่างจังหวัดแห่งกรุงเทพฯ ไม่ได้ส่งบัญชีรายชื่อมาแต่แรก เพราะเป็นแต่สำนักเหล่านั้นสอบเลือกเพื่อส่งเข้าสนามหลวงเท่านั้น นับเข้าในเกณฑ์นี้มิได้ ต้องสอบใหม่ที่มีสำนักนั้นเอง จึงจักเข้าสอบชั้นสูงในสนามหลวงได้ต่อไป ฯ
ประกาศไว้ ณ วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๐
(แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๕ พ.ศ. ๒๔๖๐. หน้า ๓๔๘-๓๕๐.)

