แฟ้มธรรม ตอนที่ ๔๙: กระจายอำนาจสู่ภูมิภาค! ตั้ง “เจ้าคณะมณฑล” เป็นรองแม่กองฯ คุมสอบ-ตรวจข้อสอบเองได้ (ประกาศปี ๒๔๗๐)
ในการบริหารงานยุคก่อน พ.ศ. ๒๔๗๐ การจัดการสอบนักธรรมมักรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง (กรุงเทพฯ) แต่เมื่อผู้เข้าสอบมีจำนวนมากขึ้นทั่วประเทศ การรอส่วนกลางเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทันกิน
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ (เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์) จึงทรงตัดสินพระทัย “กระจายอำนาจ” ครั้งสำคัญ ด้วยการยกระดับ “เจ้าคณะมณฑล” (เทียบเท่าเจ้าคณะภาคในปัจจุบัน) ให้มีตำแหน่งเป็น “รองแม่กองสนามหลวง”
นั่นหมายความว่า จากเดิมที่เป็นแค่ผู้นำส่งข้อสอบ ต่อไปนี้ท่านจะมีอำนาจเต็มในการ “แต่งตั้งกรรมการคุมสอบ” และสามารถดำเนินการ “ตรวจข้อสอบ” (เฉพาะนักธรรมชั้นตรี) ได้เองในพื้นที่ โดยไม่ต้องขนกระดาษคำตอบเข้ามาตรวจที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด เพื่อความรวดเร็วและคล่องตัว
(อำนาจใหม่ของเจ้าคณะมณฑล) 👮♂️ บทบาท “รองแม่กองสนามหลวง” (เริ่มใช้ ๘ ก.ย. ๒๔๗๐):
- การคุมสอบ: ให้เจ้าคณะมณฑลออกไปคุมสอบด้วยตนเอง หรือมอบหมายผู้เหมาะสมไปแทนได้
- การแต่งตั้งกรรมการ: มีสิทธิ์ตั้งผู้ที่สอบได้นักธรรมตรีขึ้นไป ให้เป็นกรรมการตรวจข้อสอบได้
- การตรวจข้อสอบ: สามารถตรวจใบตอบ “นักธรรมชั้นตรี” ที่สนามสอบในมณฑลนั้นๆ ได้เลย (ไม่ต้องส่งเข้ากรุงเทพฯ ก็ได้)

(The Archive: เอกสารต้นฉบับ) 📜 สำเนาเอกสารจดหมายเหตุ เรื่อง: ประกาศตั้งเจ้าคณะมณฑลให้เป็นรองแม่กองสนามหลวง
สำเนาเอกสารจดหมายเหตุ เรื่อง: ประกาศตั้งเจ้าคณะมณฑลให้เป็นรองแม่กองสนามหลวง
“เมื่อเปลี่ยนวิธีดำเนินการสอบไล่นักธรรมทั้ง ๓ ชั้น ดังประกาศแล้วนั้น เจ้าคณะมณฑลมีหน้าที่ส่งประโยคออกไปสอบไล่นักเรียนในมณฑลแลจังหวัดของตน ๆ ถ้าเจ้าคณะมณฑลมีอุตสาหะออกไปสอบไล่เองก็ยิ่งดี ถ้าไม่ไปเอง ให้มอบผู้ที่สมควรคุมประโยคออกไปสอบไล่ ตามวันกำหนดสนามหลวง
เจ้าคณะมณฑลมีสิทธิตั้งผู้สมควรในวิชานั้น ๆ ให้เป็นกรรมการเช่นผู้สอบได้แต่ชั้นตรีขึ้นไปหรือผู้ที่สมควรเป็นกรรมการตรวจชั้นตรี จะตรวจที่มณฑลหรือนำเข้ามาตรวจเองในกรุงเทพฯ มณฑลรีบส่งเข้ามาอย่างเร็วที่สุด ให้สนามหลวงในกรุงเทพฯ ตรวจ
เพราะฉะนั้น แต่บัดนี้เป็นต้นไป ตั้งเจ้าคณะมณฑลซึ่งไม่ได้เป็นแม่กองสนามหลวงให้เป็นรองแม่กองสนามหลวง มีสิทธิตั้งกรรมการดังกล่าวแล้วให้ตรวจประโยคนักธรรมตรีในมณฑลของตน ๆ ได้ ฯ“
ประกาศแต่วันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๐ (ลงพระนาม) กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์
(อ้างอิง: แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๑๕ พ.ศ. ๒๔๗๐. หน้า ๕๐๘.)

