ไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์: ลำดับเหตุการณ์สำคัญในพระชนมชีพ “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส” ผู้วางรากฐานการศึกษาคณะสงฆ์ไทย

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พ.ศ. ๒๔๐๓ – ๒๔๖๔) ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และทรงเป็น “แม่กองธรรมสนามหลวง” พระองค์แรก ตลอดพระชนมชีพของพระองค์เต็มไปด้วยการทำงานหนักเพื่อวางรากฐานและการปฏิรูประบบการศึกษาและการปกครองคณะสงฆ์ครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ นี่คือสรุปลำดับเหตุการณ์สำคัญตลอดพระชนมชีพของพระองค์ โดยแบ่งออกเป็น ๓ ช่วงเวลาสำคัญ:


ช่วงที่ ๑: พระกำเนิดและการทรงศึกษา (พ.ศ. ๒๔๐๓ – พ.ศ. ๒๔๒๒)

ช่วงเวลาแห่งการสั่งสมบารมีทางวิชาการ ทรงฉายแววปราชญ์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์

  • ๑๒ เมษายน ๒๔๐๓: ประสูติ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) และเจ้าจอมมารดาแพ ได้รับพระราชทานพระนามว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ
  • ๒๔๐๔: ต้องกำพร้าพระมารดา (เจ้าจอมมารดาแพ) ขณะที่พระองค์มีพระชันษาเพียง ๑ ปี
  • ~๒๔๑๑: ทรงเริ่มศึกษาภาษาบาลีตั้งแต่อายุ ๘ ปี และทรงพระปรีชาสามารถจนแปลคัมภีร์ธรรมบทได้ก่อนทรงผนวชเป็นสามเณร
  • ๒๔๑๖: ทรงผนวชเป็นสามเณรเมื่อพระชันษา ๑๓ ปี โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์
  • ๒๗ มิถุนายน ๒๔๒๒: ทรงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อพระชันษา ๒๐ ปี ได้รับพระฉายานามว่า “มนุสฺสนาโค”

ช่วงที่ ๒: การขึ้นสู่สมณศักดิ์และบริหารวัด (พ.ศ. ๒๔๒๔ – พ.ศ. ๒๔๔๙)

ช่วงเวลาแห่งการพิสูจน์พระปรีชาสามารถและการยอมรับในวงการคณะสงฆ์

  • ๒๔๒๔: ทรงเข้าแปลพระปริยัติธรรมหน้าพระที่นั่ง ทรงแปลได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค และในปีเดียวกันได้รับสถาปนาพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส
  • ๒๔๓๔: ทรงครองวัดบวรนิเวศวิหาร สืบต่อจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
  • ๒๔๓๖: ได้รับโปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์เป็น สมเด็จพระราชาคณะเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต
  • ๒๔๔๙: ได้รับสถาปนาเลื่อนพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวชิรญาณวโรรส

ช่วงที่ ๓: ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชและการปฏิรูปครั้งใหญ่ (พ.ศ. ๒๔๕๓ – พ.ศ. ๒๔๖๔)

ยุคทองของการปฏิรูปการศึกษาและปกครองคณะสงฆ์ พระกรณียกิจในช่วงนี้ส่งผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

  • ๒๔๕๓: ได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๖ และได้รับเลื่อนพระอิสริยยศเป็น กรมพระยา พร้อมทั้งทรงเปลี่ยนคำนำพระนามเป็น “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า” เพื่อให้ปรากฏพระนามในส่วนสมณศักดิ์ด้วย
  • ๒๔๕๔ (ร.ศ. ๑๓๐): จุดกำเนิดนักธรรม! ทรงวางรากฐานหลักสูตร “อย่างสามัญ” (นวกภูมิ) เพื่อให้สามเณรที่ “รู้ธรรม” ได้รับยกเว้นเกณฑ์ทหาร โดยเน้นความรู้ธรรมะในภาษาไทยและเว้นภาษาบาลี
  • ๒๔๕๕: รัชกาลที่ ๖ ทรงมอบอำนาจกิจธุระพระศาสนาทั้งปวงถวายแด่พระองค์ ในฐานะมหาสังฆปริณายก (กันยายน)
  • ๒๔๕๖: ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงระบบสอบ
    • ทรงประกาศรวมหลักสูตรประโยค ๑ และ ๒ เข้าเป็น “นักธรรมชั้นตรี” อย่างเป็นทางการ
    • ทรงเพิ่มวิชา “คิหิปฏิบัติ” ในนักธรรมตรี เพราะเล็งเห็นว่าผู้บวชส่วนมากยังมีคติจะสึก
    • ทรงปฏิรูปเปรียญธรรม ๓ ประโยค โดยเพิ่มวิชา สัมพันธ์ และ บาลีไวยากรณ์
  • ๒๔๕๗:
    • ทรงกำหนดให้มีการ “จับเวลาสอบ” ในสนามหลวงเป็นครั้งแรก
    • ทรงตั้งกฎให้ต้องสอบผ่านเป็น “นักธรรมของวัด” ก่อน จึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบในสนามหลวงเพื่อคัดกรองคุณภาพ
  • ๒๔๕๙:
    • ทรงประกาศตั้งหลักสูตร “นักธรรมชั้นโท” (ภูมิมัชฌิมะ)
    • ทรงกำหนดอายุสามเณรที่จะสอบในสนามหลวง ต้องมีอายุ ๑๙ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • ๒๔๖๐:
    • ทรงจัดระเบียบชั้นเปรียญใหม่เป็น ตรี (ป.ธ.๓), โท (ป.ธ.๖), เอก (ป.ธ.๙) พร้อมกำหนดสีพัดยศและนิตยภัต
    • ทรงมีพระดำรัสสั่ง “โมฆะ” ผลสอบทั้งหมดของผู้ที่ทุจริตข้อสอบนักธรรมชั้นโทอย่างเด็ดขาด
  • ๒๔๖๑: ทรงประกาศรวมสอบนักธรรมชั้นตรีในกรุงเทพฯ (Centralization) เพื่อควบคุมมาตรฐานข้อสอบ
  • ๒๔๖๓:
    • ทรงประกาศใช้ตรา “ธรรมจักร” เป็นสัญลักษณ์สนามหลวง
    • ทรงเปลี่ยนสีพื้นพัดยศเปรียญธรรมชั้นตรีจากแดงเป็น “เขียวล้วน”
  • ๒๔๖๔: สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม สิริรวมพระชันษาได้ ๖๑ ปี ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ๑๐ ปี ๗ เดือน

บทสรุป

ไทม์ไลน์ชีวิตของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อพระศาสนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกปีศักราชในชีวิตของพระองค์คือหมุดหมายของการเปลี่ยนแปลง ที่เปลี่ยนคณะสงฆ์ไทยจากระบบดั้งเดิมสู่ระบบการศึกษาและการปกครองที่ทันสมัยและยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้.

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *