ดุลยภาพแห่งอำนาจ: วิเคราะห์บทบาท ‘กบป.’ และ ‘กศป.’ ในการกำหนดมาตรฐานบุคลากรการศึกษาสงฆ์

ในระบบราชการหรือองค์กรขนาดใหญ่ การบริหารทรัพยากรมนุษย์มิอาจปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยปราศจากการตรวจสอบ ระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมภายใต้กฎหมายใหม่จึงได้ออกแบบ “กลไกเชิงโครงสร้าง” ที่น่าสนใจ โดยแบ่งแยกหน้าที่ระหว่าง คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.) ในฐานะ “สถาปนิก” ผู้ออกแบบมาตรฐาน และ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ในฐานะ “ผู้รักษาประตู” (Gatekeeper) ที่มีอำนาจอนุมัติขั้นสุดท้าย

บทความนี้จะพาไปสำรวจความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างสององค์กรนี้ ในการวางรากฐานระบบข้าราชการสงฆ์ (จศป.) ให้มีความเป็นมาตรฐานสากล

๑. สถาปัตยกรรมโครงสร้างตำแหน่ง: การออกแบบที่ต้องผ่านการรับรอง

รากฐานขององค์กรที่มั่นคงเริ่มจากการวางโครงสร้างกำลังคน (Workforce Planning) ที่ชัดเจน ในมิตินี้ กบป. ทำหน้าที่เสมือนฝ่ายยุทธศาสตร์บุคคลในการวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอ

  • การกำหนดกรอบอัตรากำลัง: กบป. เป็นผู้ริเริ่มในการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าในแต่ละ ส่วนงานการศึกษาพระปริยัติธรรม (สศป.) ควรมีตำแหน่งใด จำนวนเท่าไร และอยู่ในระดับใด เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจ
  • มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง (Job Classification): ภารกิจสำคัญคือการจำแนกตำแหน่งและสายงานตามคุณภาพและลักษณะงาน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในเส้นทางอาชีพ

อย่างไรก็ตาม การออกแบบเหล่านี้จะไม่มีผลบังคับใช้หากปราศจาก “ความเห็นชอบของ กศป.” ซึ่งทำหน้าที่กลั่นกรองในเชิงนโยบายภาพรวม เพื่อป้องกันการขยายขนาดองค์กรที่เกินความจำเป็น

๒. เศรษฐศาสตร์งานบุคคล: ค่าตอบแทนภายใต้การกำกับสองชั้น

เรื่องของ “เงินเดือนและสิทธิประโยชน์” เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาคนเก่ง (Talent Retention) กบป. มีหน้าที่ออกแบบโครงสร้างค่าตอบแทน ทั้งเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินวิทยฐานะ และสวัสดิการต่างๆ ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์

ความน่าสนใจอยู่ที่กลไกการอนุมัติ ซึ่งมีความเข้มข้นเป็นพิเศษ นอกจากจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก กศป. แล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดิน ยังต้องผ่านด่านหินอย่าง “กระทรวงการคลัง” อีกชั้นหนึ่ง เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ

๓. การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบใหม่: การบริหารจัดการมรดกเดิม

เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายใหม่ โจทย์ใหญ่คือการจัดการกับบุคลากรเดิมที่ปฏิบัติงานอยู่ก่อน กบป. รับหน้าที่ในการร่างหลักเกณฑ์และวิธีการบรรจุเปลี่ยนสถานะบุคลากรเหล่านี้ให้กลายเป็น เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) อย่างเต็มตัว โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องผ่านการเห็นชอบจาก กศป. เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการเปลี่ยนผ่าน (Transition) นี้ จะเป็นไปอย่างยุติธรรมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

บทสรุป ความสัมพันธ์ระหว่าง กบป. และ กศป. สะท้อนให้เห็นถึงระบบการบริหารที่เน้น “การตรวจสอบและถ่วงดุล” (Check and Balance) อย่างชัดเจน โดย กบป. สวมบทบาทเป็น “สำนักงาน ก.พ. แห่งคณะสงฆ์” ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการกำหนดมาตรฐานและกฎเกณฑ์ ในขณะที่ กศป. สวมบทบาทเป็นองค์กรนโยบายสูงสุด ที่คอยกำกับทิศทางและอนุมัติเพื่อให้การบริหารงานบุคคลมีความชอบธรรมและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ.

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *