ยุทธศาสตร์สู่สากล: วิสัยทัศน์ ๒๕๗๐ กับการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการศึกษาพระปริยัติธรรมของโลก
ในบริบทของโลกยุคปัจจุบันที่กระแสโลกาภิวัตน์เชื่อมโยงมนุษยชาติเข้าด้วยกันผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล “Soft Power” ด้านจิตวิญญาณและปัญญาญาณได้กลายเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ประชาคมโลกต่างแสวงหา ประเทศไทยในฐานะดินแดนอันรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา จึงมิได้ดำรงสถานะเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเท่านั้น หากแต่กำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาระดับโลก” (Global Hub of Buddhist Education) ภายใต้ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาพระปริยัติธรรม ระยะกลาง พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐
วิสัยทัศน์ดังกล่าว มิใช่เพียงมโนภาพที่เป็นนามธรรม แต่คือแผนที่นำทาง (Roadmap) เชิงยุทธศาสตร์ที่มีเป้าประสงค์ชัดเจนในการยกระดับการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการนำพาประเทศสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม
๑. จากมาตรฐานชาติสู่มาตรฐานสากล: การสร้างอัตลักษณ์การศึกษาไทย
การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมในยุคใหม่ ได้รับการนิยามใหม่ให้เป็น “มาตรฐานการศึกษาของชาติ” ที่ก้าวข้ามกรอบของการท่องจำคัมภีร์แบบดั้งเดิม สู่กระบวนการสร้าง “พุทธศาสนทายาท” ที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการและเปี่ยมด้วยพุทธธรรมปัญญา ยุทธศาสตร์ระยะกลาง (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐) จึงมุ่งเน้นการสร้าง “อัตลักษณ์การศึกษาพระปริยัติธรรมไทย” ให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ผ่านการพัฒนาหลักสูตรที่มีความเป็นสากล และการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับระบบการเรียนรู้อย่างไร้รอยต่อ
๒. ตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์: เป้าหมายความเป็นเลิศระดับนานาชาติ
แผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ได้กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ท้าทาย เพื่อดึงดูดผู้แสวงหาปัญญาจากทั่วทุกมุมโลก โดยมีการวางเป้าหมายเชิงปริมาณและคุณภาพที่ชัดเจน ดังนี้:
- การขยายฐานผู้เรียนชาวต่างชาติ: ภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๐ ประเทศไทยตั้งเป้าหมายในการดึงดูดผู้เรียนชาวต่างชาติเข้าสู่ระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมรวมกว่า ๗,๐๐๐ รูป/คน โดยจำแนกเป็น แผนกบาลี ๒,๐๐๐ รูป/คน, แผนกธรรม ๒,๐๐๐ รูป/คน และแผนกสามัญศึกษา ๓,๐๐๐ รูป/คน
- การจัดตั้งสถานศึกษาต้นแบบ: มุ่งเน้นการพัฒนาสถานศึกษาในประเทศไทยที่มีศักยภาพและความพร้อมในการจัดการศึกษาระดับนานาชาติ ประกอบด้วย แผนกบาลี ๑๒ แห่ง, แผนกธรรม ๑๒ แห่ง และโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ๒๐ แห่ง
- การสร้างเครือข่ายไร้พรมแดน: ยุทธศาสตร์นี้ยังครอบคลุมถึงการขยายเครือข่ายสถานศึกษาพระปริยัติธรรมในต่างประเทศ ทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป และเอเชีย รวมกว่า ๗๐ แห่ง เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก
๓. กลยุทธ์การขับเคลื่อน: สู่การเป็น “Smart International School”
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางโลก แผนยุทธศาสตร์ได้กำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ดังนี้:
- สำนักเรียนต้นแบบภาษาต่างประเทศ: ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสำนักเรียนต้นแบบที่มีขีดความสามารถในการจัดการเรียนการสอนด้วยภาษาต่างประเทศ (อาทิ ภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีน) อย่างน้อยภาคการปกครองคณะสงฆ์ละ ๑ แห่ง
- การยกระดับสมรรถนะบุคลากร: มุ่งเน้นพัฒนาครูผู้สอนให้มีทักษะทางภาษาเพื่อการเผยแผ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้ผู้สำเร็จการศึกษาเปรียญธรรม ๙ ประโยค ได้ศึกษาภาษาที่สามเพิ่มเติม เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำทางวิชาการในระดับสากล
- การอำนวยความสะดวกและสร้างความร่วมมือ: การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อชาวต่างชาติ ตั้งแต่กระบวนการประสานงานด้านวีซ่า ที่พักอาศัย ไปจนถึงการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับสถานเอกอัครราชทูตและเครือข่ายวัดไทยในต่างประเทศ
- แพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล (Digital Platform): การพัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันส่วนกลางที่รองรับพหุภาษา เพื่อเป็นช่องทางในการเรียนรู้ผ่านระบบ e-Learning และสื่อสารกับประชาคมโลก
บทสรุป
วิสัยทัศน์ ๒๕๗๐ คือหมุดหมายสำคัญในการพลิกโฉมการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ให้กลายเป็น “แบรนด์ระดับโลก” ที่ทรงคุณค่า การที่ประเทศไทยประกาศเจตนารมณ์ในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้พระพุทธศาสนา มิใช่เพียงเพื่อเพิ่มสถิติจำนวนผู้เรียน แต่คือการวางรากฐานให้พุทธธรรมแบบเถรวาทของไทยทำหน้าที่เป็นเข็มทิศทางปัญญาให้กับสังคมโลกอย่างยั่งยืน เปรียบประหนึ่งการยกระดับจากห้องเรียนธรรมดา สู่ “มหาวิทยาลัยดิจิทัลแห่งจิตวิญญาณ” ที่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของพระธรรมวินัยอันศักดิ์สิทธิ์ แต่เพียบพร้อมด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้แสงสว่างแห่งปัญญาพุทธธรรมสามารถส่องสว่างไปได้ไกลและกว้างขวางกว่าที่เคยเป็นมา

