ภารกิจเชื่อมโยงศรัทธาและระเบียบ: วัตถุประสงค์การเสด็จตรวจการคณะสงฆ์หัวเมืองของสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ
ในปี พ.ศ. ๒๔๕๕ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ไทย เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงริเริ่มภารกิจการเสด็จตรวจการคณะสงฆ์ในหัวเมืองต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร ภารกิจนี้มิใช่เพียงการเสด็จเยือนตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการวางรากฐานระเบียบปฏิบัติและสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับคณะสงฆ์ไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ๕ ประการ ดังนี้
๑. การสำรวจสภาวะความเป็นจริงของคณะสงฆ์ในพื้นที่
ทรงมุ่งหวังที่จะทอดพระเนตรสภาพการณ์ที่แท้จริงของวัดวาอารามในแต่ละภูมิภาคด้วยพระองค์เอง เพื่อประเมินมาตรฐานการศึกษาพระธรรมวินัย ความเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ และความเป็นอยู่ของภิกษุสามเณร ข้อมูลจากการทอดพระเนตรนี้ทำให้ทรงทราบถึงระดับความเจริญหรือความเสื่อมโทรมในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาวางแผนพัฒนาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
๒. การสร้างสัมพันธภาพและบูรณาการการทำงานร่วมกับเจ้าคณะท้องถิ่น
การเสด็จตรวจการช่วยให้พระองค์ได้พบปะสนทนากับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบริหารงานสงฆ์ การเปิดโอกาสให้มีการสอบถามสารทุกข์สุกดิบและปัญหาในการปฏิบัติงาน ทำให้ทรงรับรู้ถึงอุปสรรคที่แท้จริงในพื้นที่หัวเมือง ซึ่งส่งผลต่อการบริหารราชการคณะสงฆ์ในส่วนกลาง
๓. การประทาน “ต้นแบบ” และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง
ในยุคที่การสื่อสารยังไม่ทั่วถึง การเสด็จไปปรากฏพระองค์ในฐานะผู้ปกครองสูงสุดทางสงฆ์ เป็นการแสดง “แบบอย่าง” ของการวางตนตามพระธรรมวินัยอย่างสง่างามและถูกต้อง ทรงใช้โอกาสนี้ชี้แนะแนวทางการทำงานให้กับเจ้าคณะและพระสงฆ์ในท้องถิ่น เพื่อให้มีมาตรฐานการปฏิบัติที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ
๔. การกำกับดูแลและสร้างระบบการให้คุณให้โทษ
ทรงใช้กระบวนการตรวจการเป็นเครื่องมือในการรักษามาตรฐานทางวินัยและการปกครอง หากทรงพบข้อบกพร่องหรือการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม จะทรงแนะนำและตักเตือนให้แก้ไขในทันที ในขณะเดียวกัน หากพบวัดหรือพระภิกษุที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ มีผลงานการพัฒนาเป็นที่ประจักษ์ ก็จะทรงยกย่องเชิดชูเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและให้เป็นตัวอย่างแก่คณะสงฆ์รูปอื่นๆ
๕. การสอดส่องโบราณสถานและศึกษาบริบททางสังคมของราษฎร
นอกเหนือจากกิจการพระศาสนาโดยตรง ยังทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาโบราณสถานอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงการสังเกตสภาพบ้านเมืองและความเป็นอยู่ของราษฎรในแต่ละพื้นที่ ทรงตระหนักว่าพระสงฆ์ต้องดำรงอยู่ร่วมกับชุมชน การเข้าใจบริบททางสังคมจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการบริหารจัดการคณะสงฆ์ให้มีประสิทธิภาพ
บทสรุป แม้ว่าในสมัยนั้นการคมนาคมจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก และต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่งในการเสด็จด้วยพระบาทเป็นระยะทางไกล แต่ภารกิจเสด็จตรวจการคณะสงฆ์นี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้การปกครองคณะสงฆ์ไทยมีความเป็นเอกภาพและเข้มแข็ง เป็นระบบระเบียบเดียวกันทั่วราชอาณาจักรจวบจนปัจจุบัน

