จุดเปลี่ยนภาษาบาลี: กำเนิดอักษรไทย “แบบพินทุ” นวัตกรรมพลิกโฉมการเรียนรู้สู่ยุคใหม่

หากย้อนเวลากลับไปในบรรยากาศการศึกษาพระธรรมวินัยของสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ภาพที่คุ้นตาคือเหล่าพระภิกษุสามเณรที่ต้องเพียรพยายามท่องจำอักขระรูปร่างแปลกตาที่จารลงบนใบลาน นั่นคือ “อักษรขอม”

ในยุคสมัยนั้น อักษรขอมถูกยกย่องให้เป็น “อักษรศักดิ์สิทธิ์” ที่ผูกขาดการบันทึกคัมภีร์ทางศาสนา แม้คนไทยจะมีภาษาและตัวอักษรของตนเองมาเนิ่นนาน แต่เมื่อต้องจดจารภาษาบาลีอันเป็นพุทธวจนะ กลับต้องเปลี่ยนไปใช้อักษรขอม ซึ่งกลายเป็นกำแพงด่านแรกที่ทำให้การเข้าถึงแก่นธรรมเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญสำหรับคนทั่วไป

รอยต่อแห่งยุคสมัย: ความพยายามที่ยังไม่สิ้นสุด

ความพยายามที่จะทลายกำแพงภาษานี้ เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ครั้งยังทรงผนวช พระองค์ทรงริเริ่มประดิษฐ์ “อักษรอริยกะ” ขึ้นเพื่อใช้แทนอักษรขอม แต่ก็ได้รับความนิยมเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง

ต่อมา พระองค์ได้ทรงริเริ่มวิธีใหม่ คือการนำ “อักษรไทย” มาใช้เขียนภาษาบาลี โดยวางหลักเกณฑ์การสะกดแบบใหม่เรียกว่า “แบบการยุต” (มีการใช้เครื่องหมายทัณฑฆาต ์ บนตัวสะกด และใช้เครื่องหมาย ๎ บนอักษรกล้ำ) วิธีการนี้ได้ถูกนำมาใช้ในการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นเล่มหนังสือครั้งแรกของโลกในสมัยรัชกาลที่ ๕ นับเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ในการนำภาษาบาลีออกจากใบลานสู่หน้ากระดาษ

กำเนิด “แบบพินทุ”: นวัตกรรมเปลี่ยนโลกบาลี

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเขียนแบบ “การยุต” นั้นยังมีเครื่องหมายกำกับที่ซับซ้อนอยู่มาก จนกระทั่งกาลเวลาหมุนเวียนมาถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)

ในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ ขณะที่วงการสงฆ์กำลังเตรียมการจัดพิมพ์คัมภีร์อรรถกถา สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ผู้ทรงเป็นปราชญ์ทางภาษาและประมุขแห่งสงฆ์ ได้ทรง “ปฏิวัติ” รูปแบบการเขียนบาลีด้วยอักษรไทยอีกครั้ง ให้เรียบง่ายและเป็นระบบยิ่งขึ้น โดยทรงดัดแปลงแก้ไขจากแบบการยุตเดิม จนกลายมาเป็น “แบบพินทุ”

จุดเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ นวัตกรรม “แบบพินทุ” นี้ มีเอกลักษณ์สำคัญที่พลิกโฉมหน้าการอ่านบาลีของไทยไปตลอดกาล คือ:

ใช้จุดบอด (พินทุ): ทรงให้เลิกใช้เครื่องหมายทัณฑฆาต ( ์ ) บนตัวสะกดแบบเดิม แล้วเปลี่ยนมาใช้ “จุดวงกลมทึบ” ( • ) ใส่ไว้ใต้พยัญชนะที่เป็นตัวสะกด หรือพยัญชนะที่ไม่มีสระอาศัยแทน

ลดทอนความซับซ้อน: ทรงตัดเครื่องหมายรุงรังอื่น ๆ ออก เช่น ไม้ผัด และเครื่องหมายบนอักษรกล้ำ (๎) ทิ้งไป เพื่อให้ตัวอักษรดูสะอาดตาและอ่านง่ายขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในเชิงสัญลักษณ์นี้ กลับส่งผลมหาศาลต่อการศึกษาพระพุทธศาสนา คัมภีร์อรรถกถาที่พิมพ์ขึ้นด้วยอักษรไทยแบบพินทุเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ ได้กลายเป็นต้นแบบมาตรฐานที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

จากตัวอักษรขอมที่ขดงออ่านยาก สู่ตัวอักษรไทยที่มี “จุดไข่ปลา” รองรับอยู่ด้านล่างที่เราคุ้นเคยกันในหนังสือสวดมนต์และตำราเรียนบาลีทุกวันนี้ คือมรดกทางปัญญาที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ได้ทรงวางรากฐานไว้ เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงและรักษาพระธรรมวินัยไว้ได้อย่างมั่นคงสถาพรสืบไป

เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: การพัฒนาสยามประเทศ (ที่ระลึกงานฉลองพระเกียรติคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส)

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *