รอยต่อแห่งศรัทธาและกฎหมาย: เมื่อ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ 2505 ปฏิรูปวิชาวินัยในสนามสอบนักธรรมเอก พ.ศ. 2508
ในพุทธศักราช 2508 ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบภายในกำแพงวัดราชผาติการาม เสียงเครื่องพิมพ์ดีดแบบดีดสัมผัสยังคงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แผ่นกระดาษที่ถูกผลิตออกมาหาใช่เพียงประกาศธรรมดา แต่คือบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในวงการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย เมื่อกฎหมายสูงสุดที่ปกครองเหล่าบรรพชิตถูกผลัดใบ จากพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484 สู่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2505 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงถึงหัวใจของการสอบระดับสูงสุดอย่าง “นักธรรมเอก”
อวสานแห่ง พ.ร.บ. 2484 และจุดเริ่มต้นของระเบียบใหม่
ลองนึกภาพย้อนไปในช่วงปี พ.ศ. 2506 ซึ่งเป็นปฐมบทของการเปลี่ยนแปลง เมื่อรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ 2505 แทนที่ฉบับปี 2484 ที่ใช้มานานกว่าสองทศวรรษ. ในสมัยนั้น การยกเลิกกฎหมายฉบับเก่าไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนตัวบท แต่นั่นหมายรวมถึงการสิ้นสุดของ “สังฆาณัติ” หรือข้อบังคับต่าง ๆ ที่ออกตามกฎหมายเดิมด้วย
พระธรรมปาโมกข์ แม่กองธรรมสนามหลวงในขณะนั้น ได้มีคำปราศรัยที่ชัดเจนต่อเหล่านักเรียนว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 เป็นต้นไป หลักสูตรวิชาวินัยของนักธรรมชั้นเอกจะต้องเปลี่ยนมาใช้ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ 2505 อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้พระภิกษุในระดับชั้นสูงมีความรู้เท่าทันต่อโครงสร้างการปกครองสงฆ์ที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม
การปรับตัวของสำนักเรียน—จากโครงสร้างเดิมสู่มาตรฐานใหม่
ในปี พ.ศ. 2508 เมื่อกฎหมายฉบับใหม่เริ่มหยั่งรากลึก บรรยากาศตามสำนักเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศเปลี่ยนไป ครูบาอาจารย์ต้องเร่งศึกษาโครงสร้างการปกครองแบบใหม่ที่เน้นเอกภาพมากกว่าเดิม การเรียนวิชาวินัยในระดับนักธรรมเอกไม่ใช่เพียงเรื่องของพระวินัยบัญญัติในคัมภีร์วินัยมุข เล่ม 3 เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องรวมเอา “กฎหมายสงฆ์” ฉบับปัจจุบันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีปฏิบัติ.
แม่กองธรรมสนามหลวงเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ “เพื่อให้ผู้ศึกษาได้มีความรู้กว้างขวางยิ่งขึ้น”. แม้ในช่วงแรกสำนักเรียนในภูมิภาคห่างไกลอาจต้องใช้เวลาปรับตัวกับเอกสารหลักสูตรใหม่ แต่ด้วยความร่วมมือของเจ้าคณะภาคทั้ง 18 ภาค ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นตามกฎหมายใหม่นี้ ทำให้การสื่อสารนโยบายการศึกษากลายเป็นระบบที่เข้มแข็งและทั่วถึงกว่าที่เคยเป็นมา.
ยุทธศาสตร์ 2 ข้อ—การวัดผลที่เฉียบคมและจำกัด
ฉากที่สำคัญที่สุดในสนามสอบปี 2508 คือแผ่นปัญหาวิชาวินัยของนักธรรมเอก สนามหลวงได้วางกฎเกณฑ์การออกข้อสอบไว้อย่างแยบคายว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 นั้น “จักออกเป็นข้อสอบในสนามหลวงไม่เกิน 2 ข้อ”
ทำไมต้องไม่เกิน 2 ข้อ? นี่คือศิลปะการบริหารหลักสูตรของสนามหลวง เพื่อให้นักเรียนยังคงน้ำหนักความสำคัญไว้ที่พระธรรมวินัยตามคัมภีร์ดั้งเดิมเป็นหลัก ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความรู้ด้านกฎหมายสงฆ์พอประมาณที่จะนำไปใช้ปกครองและบริหารกิจการคณะสงฆ์ได้จริง การจำกัดจำนวนข้อสอบเช่นนี้ทำให้เหล่านักเรียนนักธรรมเอกต้อง “เก็ง” และ “ตีความ” เนื้อหาสำคัญของกฎหมายให้ออกมาเฉียบคมที่สุดภายในกระดาษฟุลสแก๊ปไม่กี่หน้า
มรดกแห่งการเปลี่ยนแปลงในสนามสอบ 2508
เมื่อถึงวันเปิดสอบวันที่ 10 ธันวาคม 2508 คำปราศรัยของแม่กองธรรมได้เตือนสติผู้เข้าสอบถึง “เกียรติคุณ” และ “เกียรติยศ”. การเรียนรู้กฎหมายสงฆ์ฉบับใหม่นี้หาใช่เพียงเพื่อให้สอบผ่าน แต่เพื่อให้เป็นผู้ที่ “รู้ดีเป็นผู้เจริญ”. การเปลี่ยนผ่านจาก พ.ร.บ. 2484 สู่ 2505 จึงเป็นเครื่องหมายของการก้าวเข้าสู่ยุคสมัยที่คณะสงฆ์ไทยต้องการบุคลากรระดับสูงที่มีความรอบรู้ทั้งในโลกทางธรรมและระเบียบปฏิบัติทางโลกที่สงฆ์พึงมี
บทสรุป: ปรัชญาเบื้องหลังการผลัดใบกฎหมายสงฆ์
การวิเคราะห์ผลกระทบของ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ 2505 ต่อหลักสูตรนักธรรมเอกในปี พ.ศ. 2508 ชี้ให้เห็นว่า สนามหลวงแผนกธรรมไม่ได้มองการศึกษาสงฆ์เป็นเรื่องที่หยุดนิ่ง การนำกฎหมายใหม่มาเป็นวิชาบังคับและจำกัดการสอบเพียง 2 ข้อ สะท้อนถึงการรักษาสมดุลระหว่าง “พุทธจักร” และ “อาณาจักร” อย่างเหมาะสม
การที่นักเรียนนักธรรมเอกต้องศึกษา พ.ร.บ. 2505 คือการฝึกฝนให้เป็นนักปกครองที่มีคุณภาพ เพื่อป้องกัน ความเสียหายอันจะเกิดแก่คณะสงฆ์ และเพื่อระงับ ความฉิบหายแก่พระศาสนา อันอาจมีสาเหตุมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจในระเบียบแบบแผนการปกครองที่ถูกต้อง. มรดกจากการเปลี่ยนผ่านในปีนั้นจึงยังคงสืบทอดมาเป็นรากฐานของวิชาวินัยและกฎหมายสงฆ์ในสนามสอบสนามหลวงจนถึงปัจจุบัน
เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: เรื่องสอบธรรม พ.ศ. 2506

