ประสานศรัทธา: บทบาทผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะสะพานเชื่อมอาณาจักรและศาสนจักรในการสอบธรรม พ.ศ. 2513

ในหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาสงฆ์ไทย พุทธศักราช 2513 มิได้เป็นเพียงปีที่มีผู้สมัครสอบธรรมสูงเป็นประวัติการณ์ถึงกว่าสองแสนรูปเท่านั้น แต่ยังเป็นปีที่ฉายภาพความเข้มแข็งของทั้งอาณาจักรและศาสนจักร ที่สอดประสานกันอย่างแนบแน่นราวกับเป็นเนื้อเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศการสอบธรรมสนามหลวงทั่วราชอาณาจักร บทบาทของข้าราชการ โดยเฉพาะ “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ได้ทวีความสำคัญขึ้นในฐานะผู้อำนวยการความสะดวกและผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ที่ทำให้เปลวประทีปแห่งปัญญาพุทธทอแสงไปถึงทุกตารางนิ้วของแผ่นดินไทย

ตราประทับราชการและซองข้อสอบ—จุดเริ่มต้นของภารกิจศักดิ์สิทธิ์

จินตนาการถึงภาพที่ทำการศาลากลางจังหวัดในช่วงต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2513 เมื่อห่อข้อสอบที่ปิดผนึกอย่างมิดชิดจากแม่กองธรรมสนามหลวงเดินทางมาถึง ณ จุดนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด มิได้ทำหน้าที่เพียงบุรุษไปรษณีย์ชั้นสูง แต่ท่านคือ “ผู้รักษาความลับและมาตรฐานแห่งปัญญา”

ในยุคนั้น ขั้นตอนการส่งมอบข้อสอบถือเป็นพิธีกรรมเชิงบริหารที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้รับข้อสอบมาไว้ในความดูแล ก่อนจะดำเนินการประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อ “นำส่งถวายเจ้าคณะจังหวัด” ด้วยตนเองหรือผ่านตัวแทนอย่างเป็นทางการ การกระทำเช่นนี้สะท้อนถึงการให้เกียรติอย่างสูงสุดต่อคณะสงฆ์ และแสดงให้เห็นว่าการศึกษาของพระภิกษุสามเณรนั้นมิใช่กิจของสงฆ์เพียงลำพัง แต่เป็นวาระแห่งรัฐที่เจ้าเมืองต้องให้ความสำคัญลำดับต้น

สายใยจากศาลากลางสู่ท้องถิ่น—การระดมศรัทธาจากมหาชน

เมื่อกำหนดการสอบระหว่างวันที่ 15 ถึง 18 ธันวาคม พ.ศ. 2513 ใกล้เข้ามา ภารกิจของผู้ว่าราชการจังหวัดได้ขยายตัวจากการรับส่งเอกสารไปสู่การเป็น “ผู้นำแห่งศรัทธา” ท่านจะใช้อำนาจทางการปกครองส่งต่อความต้องการไปยังนายอำเภอในทุกพื้นที่ ให้ช่วยกัน “ชักชวนพุทธศาสนิกชน” ในท้องถิ่นให้มาร่วมกันเป็นผู้อุปถัมภ์

ภาพที่ปรากฏในสนามสอบทั่วประเทศคือความคึกคักของพลังศรัทธา ชาวบ้านนับร้อยนำอาหารคาวหวานมาจัดเตรียมเป็น “ภัตตาหารเพล” ถวายแด่พระภิกษุสามเณรผู้เข้าสอบ บางส่วนจัดหาอุปกรณ์การสอบ เช่น ปากกา ดินสอ และน้ำดื่ม มาอำนวยความสะดวก การที่ข้าราชการฝ่ายปกครองก้าวเข้ามาเป็นธุระจัดหาปัจจัยเหล่านี้ ทำให้พระสังฆาธิการและครูอาจารย์สามารถทุ่มเทให้กับการจัดการสอนได้อย่างเต็มกำลัง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องโลจิสติกส์การเลี้ยงชีพของนักเรียนจำนวนมหาศาล

เครื่องแบบสีกากีในอาราม—สัญลักษณ์แห่งเอกภาพ

ในวันสอบจริง บรรยากาศภายในสนามสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. 2513 เต็มไปด้วยความขลัง คณะข้าราชการทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอต่างสวมเครื่องแบบมาปรากฏกาย ณ สถานที่สอบ การไปร่วมสังเกตการณ์และอำนวยการสอบของข้าราชการเหล่านี้ มิใช่เพียงการตรวจตราตามหน้าที่ แต่เป็นการ “ให้เกียรติแก่คณะสงฆ์” อย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือนี้เปรียบเสมือนการยืนยันว่าประเทศไทยดำรงอยู่ได้ด้วยสถาบันหลักที่เกื้อกูลกัน ภายใต้บารมีของ “องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก” ที่ทรงเป็นศูนย์รวมใจของทั้งฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักร ข้าราชการในฐานะข้าในพระบาทจึงทำหน้าที่อุปถัมภ์พระศาสนาอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้การสอบดำเนินมาด้วยความสะดวกเรียบร้อยในทุก ๆ ปี

บทสรุป: มากกว่าการประสานงาน คือการสร้างความมั่นคงทางจิตวิญญาณ

วิเคราะห์บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดกับการสอบธรรม พ.ศ. 2513 พบว่าความร่วมมือนี้มีนัยสำคัญ 3 ประการ คือ

1. กลไกโลจิสติกส์ที่ทรงพลัง: การใช้โครงสร้างการปกครองส่วนภูมิภาคช่วยกระจายข้อสอบและรวบรวมใบตอบกลับสู่ส่วนกลาง (วัดสามพระยา) ทำให้ระบบการศึกษาสงฆ์มีความรัดกุมและทั่วถึง,

2. สะพานเชื่อมศรัทธา: ข้าราชการทำหน้าที่เป็นตัวกลางสื่อสารความต้องการของคณะสงฆ์ไปสู่ประชาชน ทำให้เกิดความรู้สึกส่วนร่วมในฐานะพุทธบริษัท 4 อย่างแท้จริง,

3. เกียรติยศแห่งพุทธจักร: การเข้าร่วมของข้าราชการชั้นสูงสร้างความเชื่อมั่นและแรงกระตุ้น (ฉันทะอุตสาหะ) ให้แก่นักเรียนธรรมและธรรมศึกษา ทำให้การศึกษาพระปริยัติธรรมเจริญงอกงามอย่างต่อเนื่อง,

ความสำเร็จในการสอบธรรม พ.ศ. 2513 ที่มีผู้สอบได้เป็นจำนวนมาก จึงเป็นดอกผลที่เกิดจากการรดน้ำพรวนดินร่วมกันระหว่าง “ผู้ถืออำนาจรัฐ” และ “ผู้ทรงศีล” กลายเป็นแบบอย่างของความสามัคคีที่ค้ำจุนรัฐสีมาอาณาจักรให้มั่นคงตลอดกาลนาน.

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *