พัฒนาการระบบธรรมาภิบาลและการตรวจสอบความสุจริตในการสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๒๙: บทวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายและจริยธรรม
พุทธศักราช ๒๕๒๙ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ไม่เพียงเพราะสถิติผู้เข้าสอบธรรมสนามหลวงที่สูงถึง ๓๓๔,๔๔๕ รูป/คน ซึ่งสะท้อนถึงความตื่นตัวทางวิชาการของพุทธบริษัท แต่ยังเป็นปีที่มีการบังคับใช้มาตรการตรวจสอบความสุจริตอย่างเข้มงวดที่สุด เพื่อรักษามาตรฐานทางจริยธรรมและคัดกรองบุคลากรให้เป็น “ศาสนทายาท” ที่แท้จริง ท่ามกลางการขยายตัวเชิงปริมาณของผู้เรียน
๑. รากฐานทางนิติวิธีและปรัชญาการสอบ: มรดกจากมติมหาเถรสมาคม พ.ศ. ๒๔๗๕
มาตรการรักษาความสุจริตในการสอบธรรมสนามหลวงปี ๒๕๒๙ มิได้เกิดขึ้นโดยปราศจากรากฐาน หากแต่เป็นการสืบทอดและบังคับใช้ตามมติมหาเถรสมาคม ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๗๕ ซึ่งวางหลักการสำคัญว่า การทุจริตในห้องสอบมิใช่เพียงการละเมิดกฎระเบียบ แต่สะท้อนถึงความบกพร่องทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง คือการขาด “หิริโอตตัปปะ” (ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป) โดยคณะสงฆ์มีทัศนะว่า หากผู้ศึกษาวิชาธรรมกระทำการทุจริตเสียเอง ความรู้ที่ได้ย่อมปราศจากคุณค่าและนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระพุทธศาสนา
๒. มาตรการลงโทษทางวินัยสำหรับผู้เข้าสอบ
เพื่อให้การสอบธรรมสนามหลวงเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางปัญญา สนามหลวงแผนกธรรมจึงได้กำหนดบทลงโทษขั้นเด็ดขาดสำหรับผู้กระทำทุจริต โดยแบ่งลำดับความรุนแรงดังนี้
- การตัดสิทธิ์ทันที: ผู้ที่ถูกตรวจพบว่าทุจริตจะถูกปรับให้สอบตกในทันที
- การระงับสิทธิ์ชั่วคราว: มีบทลงโทษห้ามเข้าสอบในสนามหลวงเป็นระยะเวลา ๕ ปี ซึ่งถือเป็นมาตรการป้องปรามเพื่อให้โอกาสในการสำนึกและปรับปรุงตน
- การเพิกถอนสิทธิ์ถาวร: หากพ้นกำหนดโทษแล้วกลับมากระทำผิดซ้ำอีก จะถูกลงโทษห้ามสอบตลอดชีวิต
มาตรการเหล่านี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่มุ่งเน้นความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากกว่าผลสัมฤทธิ์ทางตัวเลข สอดคล้องกับโอวาทที่ว่า “การสอบได้ด้วยอาการทุจริต ได้แต่ชื่อว่าเป็นผู้สอบได้ แต่คุณธรรมตกไปหมด”
๓. การบริหารงานบุคคลและธรรมาภิบาลสำหรับเจ้าหน้าที่
จุดเด่นสำคัญของการบริหารจัดการในปี ๒๕๒๙ คือการยกระดับความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่และกรรมการคุมสอบ โดยมีการกำหนดบทลงโทษที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานภาพทางสมณศักดิ์ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อสอบและการช่วยเหลือพวกพ้อง ดังนี้
- ๑. กรณีมีสมณศักดิ์ราชทินนาม: หากกระทำผิด จะดำเนินการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดถอนออกจากสมณศักดิ์
- ๒. กรณีมีสมณศักดิ์ที่เจ้าคณะแต่งตั้ง: จะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหน้าที่นั้น
- ๓. กรณีไม่มีสมณศักดิ์: จะถูกลงทัณฑ์และห้ามเกี่ยวข้องกับงานสนามหลวงสืบไป
บทสรุป การดำเนินการในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างสมดุลระหว่าง “ปริมาณ” และ “คุณภาพ” ของการศึกษาสงฆ์ การนำระบบตรวจสอบที่เข้มงวดมาใช้ อาทิ การตรวจสอบลายมือและการวิเคราะห์คำตอบที่มีลักษณะผิดหรือถูกเหมือนกัน มิได้เป็นเพียงเครื่องมือจับผิด แต่เป็นกลไกประกันคุณภาพ (Quality Assurance) ที่ยืนยันว่าประกาศนียบัตรธรรมศึกษาและนักธรรม คือเครื่องหมายรับรองความรู้คู่คุณธรรมอย่างแท้จริง

