ศูนย์กลางการบริหารและโลจิสติกส์การสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๒๙: บทบาทของวัดราชผาติการามในฐานะที่ทำการแม่กองธรรม
พุทธศักราช ๒๕๒๙ นับเป็นห้วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ด้วยสถิติผู้สมัครสอบธรรมสนามหลวงที่สูงถึง ๓๓๔,๔๔๕ รูป/คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเกือบสองหมื่นราย ปริมาณงานด้านการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ จำเป็นต้องอาศัยระบบโลจิสติกส์และการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ วัดราชผาติการาม เขตดุสิต ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ทำการของสนามหลวงแผนกธรรมในขณะนั้น จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการปฏิบัติการ (Operational Hub) ในการกระจายข้อสอบและกำกับดูแลกระบวนการสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
๑. การบริหารจัดการกระบวนการกระจายข้อสอบ ภารกิจหลักของวัดราชผาติการามเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการก่อนวันสอบจริง โดยในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. ได้กำหนดให้เป็นวันนัดหมายสำหรับผู้แทนสำนักเรียนต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อมารับมอบห่อข้อสอบ กระบวนการนี้ดำเนินการภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยมีการตรวจสอบและส่งมอบต้นฉบับข้อสอบที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนาให้แก่ศูนย์สอบหลัก อาทิ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อนำไปดำเนินการสอบพร้อมกันทั่วประเทศ
๒. การกำกับดูแลมาตรฐานและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงได้วางระเบียบปฏิบัติที่เคร่งครัด โดยกำหนดให้เปิดห่อข้อสอบต่อหน้าผู้เข้าสอบในวันและเวลาสอบเท่านั้น เพื่อรักษามาตรฐานความยุติธรรมและความศักดิ์สิทธิ์ของระบบการสอบ อย่างไรก็ตาม วัดราชผาติการามได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น กรณีข้อสอบบรรจุผิดพลาดหรือขาดแคลน โดยได้วางระเบียบให้สนามสอบที่ใกล้เคียงสามารถให้ความช่วยเหลือแบ่งปันต้นฉบับข้อสอบได้ ภายใต้การควบคุมและประทับตราของสนามหลวงอย่างถูกต้องตามระเบียบ
๓. กระบวนการรวบรวมใบตอบและกระจายเฉลยปัญหา ภายหลังเสร็จสิ้นการสอบในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน วัดราชผาติการามยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมหีบห่อใบตอบจากสนามสอบต่างๆ เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการตรวจวัดผลโดยคณะกรรมการ ในขณะเดียวกัน ก็ทำหน้าที่เป็นจุดกระจาย “เฉลยปัญหา” ให้แก่เจ้าคณะภาคทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการตรวจใบตอบของนักธรรมชั้นตรีในส่วนภูมิภาค ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน
บทสรุป บทบาทของวัดราชผาติการามในฐานะที่ทำการแม่กองธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๒๙ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของคณะสงฆ์ไทย การดำเนินงานที่แม่นยำ เป็นระบบ และสามารถรองรับจำนวนผู้เข้าสอบที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการธำรงรักษาคุณภาพและมาตรฐานของการศึกษาพระปริยัติธรรมให้มั่นคงสืบไป

