จูฬธัมมสมาทานสูตร: เมื่อความสุขมี “ราคา” ที่ต้องจ่าย… คุณกำลังเลือกดื่ม “ยาพิษ” หรือ “โอสถ” ให้ชีวิต?

ในยุคสมัยที่โลกหมุนเร็วเสียจนเราแทบไม่ได้หยุดพักหายใจ มนุษย์ทุกคนต่างออกวิ่งไล่ล่าสิ่งที่เรียกว่า “ความสุข” ราวกับเป็นพันธกิจสูงสุดของชีวิต แต่เคยฉุกคิดหรือไม่ว่า ความสุขที่เราไขว่คว้ามาได้ในวันนี้ อาจมี “ราคา” ที่ต้องจ่ายคืนอย่างสาสมในวันหน้า

ในทางพุทธปรัชญา ชีวิตมิใช่เส้นตรงที่จบลงเพียงแค่วันนี้ แต่คือผลลัพธ์ของการ “เลือก” ในทุกขณะจิต พระพุทธองค์ทรงจำแนกรูปแบบการใช้ชีวิต (ธัมมสมาทาน) ไว้ใน “จูฬธัมมสมาทานสูตร” (Cūḷadhammasamādāna Sutta) เปรียบเสมือนแผนที่นำทาง ๔ เส้น ที่จะพาเราไปสำรวจว่า เส้นทางที่เรากำลังเดินอยู่นั้น ปลายทางคือ “สวรรค์” หรือ “หุบเหว” กันแน่

๑. ภาพลวงตาแห่งความสุข (ปัจจุบันสุข – อนาคตทุกข์)

เส้นทางแรกนี้คือกับดักที่หอมหวานที่สุด เป็นวิถีของ “สุขนิยม” ที่เพลิดเพลินไปกับ รูป รส กลิ่น เสียง โดยปราศจากกรอบของศีลธรรม ผู้ที่เดินบนเส้นทางนี้มักเชื่อว่า “ความสุขทางเนื้อหนังคือรางวัลของชีวิต” และมองไม่เห็นโทษภัยที่ซ่อนอยู่

พระพุทธองค์ทรงเปรียบชีวิตเช่นนี้ดั่ง “น้ำเต้าขมที่เจือด้วยยาพิษ” ภายนอกดูสีสวยงาม กลิ่นหอม รสชาติหวานฉ่ำชวนดื่มด่ำ แต่ทันทีที่กลืนลงคอ ยาพิษนั้นจะออกฤทธิ์ทำลายชีวิตให้ย่อยยับ การใช้ชีวิตอย่างประมาทในวันนี้ จึงเป็นเพียงความสุขชั่วคราวที่แลกมาด้วยความทุกข์ทรมานอันยาวนานในอบายภูมิ

๒. ความลำบากที่สูญเปล่า (ปัจจุบันทุกข์ – อนาคตทุกข์)

เส้นทางที่สองคือความน่าเสียดายของชีวิต เป็นวิถีของผู้ที่มีความตั้งใจแต่ “หลงทิศ” เช่น ผู้ที่ยึดติดกับความเชื่อผิด ๆ ว่าการทรมานตนเอง การอดอาหาร หรือการใช้ชีวิตอย่างยากลำบากโดยเปล่าประโยชน์ จะนำมาซึ่งความหลุดพ้น

ชีวิตเช่นนี้เปรียบเสมือน “น้ำยาพิษในหม้อสัมฤทธิ์” ที่ทั้งมีรสขม ดื่มยาก ฝืดคอ สร้างความทุกข์ทรมานในขณะดื่ม และท้ายที่สุดพิษร้ายนั้นก็นำมาซึ่งความตายและความพินาศ นี่คือความเหนื่อยเปล่าที่ “ขาดทุน” ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

๓. ยาขมที่รักษาโรค (ปัจจุบันทุกข์ – อนาคตสุข)

เส้นทางที่สามคือวิถีของ “นักสู้ผู้กล้าหาญ” สำหรับบางคน การทำความดีมิใช่เรื่องง่าย เพราะมีต้นทุนเดิมคือกิเลสที่หนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นราคะที่รุนแรง หรือโทสะที่ร้อนร้าย การจะรักษาศีลหรือประพฤติพรหมจรรย์จึงเป็นเรื่องฝืนใจ ต้องกัดฟันสู้ บางครั้งถึงกับต้องหลั่งน้ำตาเพื่อเอาชนะใจตัวเอง

แต่พระพุทธองค์ทรงยกย่องเส้นทางนี้ เปรียบดั่ง “ยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า” แม้กลิ่นจะเหม็น รสจะแย่ ดื่มเข้าไปแล้วขมขื่นเพียงใด แต่ยานี้คือโอสถทิพย์ที่จะรักษาโรคร้ายให้หายขาด ความลำบากในวันนี้คือการชำระล้างจิตวิญญาณ เพื่อผลลัพธ์อันหอมหวานคือสุคติโลกสวรรค์ในเบื้องหน้า

๔. วิถีแห่งผู้รู้แจ้ง (ปัจจุบันสุข – อนาคตสุข)

เส้นทางสุดท้ายคืออุดมคติที่น่าปรารถนาที่สุด เป็นวิถีของผู้ที่สั่งสมบารมีมาดี หรือฝึกฝนตนจนกิเลสเบาบาง จิตใจสงบระงับจากนิวรณ์ สามารถเข้าถึงความสุขจากสมาธิและปัญญาได้โดยง่าย การทำความดีสำหรับพวกเขาจึงเป็นเรื่องรื่นรมย์ เป็นธรรมชาติที่ไม่ต้องฝืน

ชีวิตเช่นนี้เปรียบเสมือน “รสแห่งนมส้มที่เจือด้วยเนยใส น้ำผึ้ง และน้ำตาลกรวด” ที่ให้รสสัมผัสหอมหวานชื่นใจในขณะดื่ม และยังเป็นอาหารทิพย์ที่บำรุงกำลังกายและใจให้แข็งแรงสมบูรณ์ นำพาไปสู่ความสุขนิรันดร์คือนิพพาน


บทสรุป: ระวัง “เถาย่านทราย” ที่กำลังโอบกอดคุณ

จูฬธัมมสมาทานสูตร มิได้เพียงแค่บอกเล่าทางเลือก แต่กำลังเตือนสติให้เรามองทะลุ “เปลือก” ของความสุข

พระพุทธองค์ทรงทิ้งท้ายด้วยอุปมาที่ชวนขนลุกเกี่ยวกับ “เถาย่านทราย” (เถาวัลย์ชนิดหนึ่ง/ลักษณะกาฝาก) เถาไม้นี้เมื่อแรกงอกงามเกาะเกี่ยวต้นไม้ใหญ่ มันจะมีสัมผัสที่อ่อนนุ่ม ใบสวยงามน่ารื่นรมย์ จนรุกขเทวดาอาจเผลอใจยินดีว่าได้อาภรณ์ประดับต้นไม้ใหม่ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป เถาวัลย์ที่นุ่มนวลนั้นจะค่อยๆ เติบโต รัดรึง แผ่กิ่งก้านเข้าครอบงำ จนกระทั่งต้นไม้ใหญ่ไม่อาจทานทน กิ่งก้านหักโค่น และยืนต้นตายในที่สุด

ชีวิตของเราก็เช่นกัน ความสุขที่ได้จากการละเมิดศีล หรือความเพลิดเพลินที่ขาดสติ อาจให้สัมผัสที่นุ่มนวลชวนหลงใหลในวันนี้ ดุจเถาย่านทรายที่กำลังโอบกอดต้นไม้ แต่หากเราไม่เท่าทัน มันจะค่อย ๆ รัดรึงจิตวิญญาณของเราให้ตีบตัน จนนำไปสู่ความพินาศในที่สุด

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะหันกลับมาสำรวจ “ถ้วย” ในมือของตนเองว่า สิ่งที่กำลังดื่มด่ำอยู่นั้น คือยาพิษเคลือบน้ำตาล หรือคือโอสถรสขมที่จะรักษาชีวิตให้รอดพ้นอย่างแท้จริง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *