กระบวนการและหลักเกณฑ์ในการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา: การวิเคราะห์ตามระเบียบปฏิบัติทางคณะสงฆ์และราชการ

“วิสุงคามสีมา” หมายถึง เขตที่ดินที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานแก่คณะสงฆ์เป็นการเฉพาะ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบสังฆกรรมสำคัญตามพระธรรมวินัย เช่น การอุปสมบท การสถานภาพของวิสุงคามสีมาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสมบูรณ์แห่งสังฆกรรม การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นกระบวนการที่มีขั้นตอนละเอียดอ่อนและต้องอาศัยการพิจารณาตามลำดับชั้นการปกครองทั้งฝ่ายอาณาจักรและพุทธจักร เพื่อให้การพระราชทานเป็นไปโดยถูกต้องตามหลักเกณฑ์และโบราณราชประเพณี

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประมวลหลักเกณฑ์เบื้องต้นและอธิบายลำดับขั้นตอนการดำเนินงานในการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา โดยอ้างอิงตามกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

๑. หลักเกณฑ์และคุณสมบัติเบื้องต้นของวัด

ก่อนเข้าสู่กระบวนการยื่นคำขอ วัดจะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานครบถ้วนตามที่กำหนด เพื่อแสดงถึงความพร้อมและความมั่นคงของสถานภาพวัด ดังนี้

  • สถานะทางกฎหมาย: ต้องเป็นวัดที่ได้รับการจัดตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีรายชื่อปรากฏอยู่ในทะเบียนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
  • กรรมสิทธิ์ในที่ดิน: ที่ดินอันเป็นที่ตั้งวัดจะต้องมีสถานะกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจน โดยเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดอย่างถูกต้อง หรือเป็นที่ดินที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ใช้ประโยชน์เป็นที่ตั้งวัดได้ตามกฎหมาย
  • ความพร้อมด้านเสนาสนะและบุคลากร: วัดจะต้องมีอาคารเสนาสนะที่มั่นคงถาวร และมีพระภิกษุพำนักจำพรรษาประจำอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๕ รูป เป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๕ ปี
    • ข้อยกเว้น: ในกรณีที่วัดได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถจนเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว อาจได้รับการยกเว้นในหลักเกณฑ์เรื่องระยะเวลา ๕ ปีดังกล่าว

๒. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ

เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง เจ้าอาวาสผู้ยื่นคำขอจำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสารสำคัญให้ครบถ้วน ประกอบด้วย

  • รายงานขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา (ตามแบบ ศถ.๗)
  • สำเนาประกาศตั้งวัด เพื่อยืนยันสถานะทางกฎหมาย
  • หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งเป็นชื่อของวัด หรือหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินจากหน่วยงานราชการ
  • แผนผังแสดงที่ตั้งวัดและอาคารเสนาสนะ โดยระบุมาตราส่วนที่ชัดเจน
  • ภาพถ่ายอุโบสถ (ไม่ว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง) จำนวน ๔ ภาพ ในมุมมองต่างๆ

๓. ขั้นตอนการดำเนินงานตามลำดับชั้น

กระบวนการพิจารณาคำขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา มีขั้นตอนการตรวจสอบและให้ความเห็นชอบตามลำดับชั้นการปกครองที่รัดกุม ดังนี้

  • ขั้นที่ ๑: การเริ่มต้นกระบวนการในระดับจังหวัด เจ้าอาวาสยื่นรายงาน (ศถ.๗) และเอกสารประกอบต่อผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด จากนั้นผู้อำนวยการฯ จะดำเนินการขอความเห็นชอบจากคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมืองในระดับท้องที่ ได้แก่ เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ นายอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัด ตามลำดับ เมื่อได้รับความเห็นครบถ้วนจึงนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
  • ขั้นที่ ๒: การพิจารณาในระดับภาคและหน เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบ จะส่งรายงานต่อไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองในระดับที่สูงขึ้นตามลำดับ ได้แก่ เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะใหญ่
  • ขั้นที่ ๓: การดำเนินการในระดับส่วนกลาง (สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) เรื่องจะถูกส่งมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อทำการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทั้งหมด และรวบรวมรายชื่อวัดที่ผ่านเกณฑ์จัดทำเป็นบัญชีขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาประจำงวด เพื่อเสนอผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
  • ขั้นที่ ๔: การขออนุมัติจากฝ่ายพุทธจักรสูงสุด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำรายงานกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช เพื่อขอรับพระวินิจฉัยและทรงอนุมัติ
  • ขั้นที่ ๕: การกราบบังคมทูลพระกรุณา เมื่อสมเด็จพระสังฆราชทรงอนุมัติแล้ว สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะนำเรื่องเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อลงนามในหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ดำเนินการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตต่อไป
  • ขั้นที่ ๖: การประกาศและปักหมายเขต เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว จะมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะแจ้งให้จังหวัดทราบ เพื่อให้นายอำเภอท้องที่ดำเนินการปักหมายเขตที่ดินตามที่ได้รับพระราชทานให้ปรากฏชัดเจน เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

บทสรุป กระบวนการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันศาสนา และการบริหารราชการแผ่นดินไทย ขั้นตอนที่ละเอียดรอบคอบเหล่านี้มีไว้เพื่อรับประกันว่าพื้นที่ที่จะใช้ประกอบสังฆกรรมอันศักดิ์สิทธิ์นั้น มีความถูกต้องสมบูรณ์ทั้งในทางพระธรรมวินัยและทางกฎหมายบ้านเมือง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *