ข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับระยะเวลาการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่วัดภายหลังการจัดตั้ง
การจัดตั้งวัดในพระพุทธศาสนาบนที่ดินของเอกชนนั้น เป็นกระบวนการที่เปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินจาก “ทรัพย์สินส่วนบุคคล” ไปสู่การเป็น “ศาสนสมบัติ” เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านนี้เป็นไปโดยเรียบร้อยและมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย บทบัญญัติแห่งกฎกระทรวงได้กำหนดกรอบเวลาและหน้าที่ความรับผิดชอบของทายาทหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินไว้อย่างชัดเจน บทความนี้จะอธิบายถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับระยะเวลาการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินภายหลังจากการตั้งวัดเสร็จสิ้น
ตามที่ระบุในกฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๕๙ (หมวด ๒ ว่าด้วยการตั้งวัด ข้อ ๑๑) ในกรณีที่ที่ดินซึ่งใช้เป็นที่ตั้งวัดนั้นมีสถานะเป็นที่ดินของเอกชน กฎหมายได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้ทายาทหรือผู้ทรงสิทธิในกรรมสิทธิ์ที่ดิน ต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว พร้อมทั้งอาคารเสนาสนะและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่ตั้งอยู่บนที่ดินนั้น ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นใหม่
๑. กรอบระยะเวลาในการดำเนินการ กฎหมายกำหนดกรอบเวลาในการดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๙๐ วัน โดยมีจุดเริ่มต้นของการนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ผู้มีหน้าที่ได้รับหนังสือแจ้งการให้ความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมเกี่ยวกับการตั้งวัดนั้นเป็นต้นไป
๒. วัตถุประสงค์ของข้อกำหนด การกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงสถานะทางทะเบียนของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากทรัพย์สินส่วนบุคคลมาเป็นศาสนสมบัติของวัด มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเสร็จสิ้นสมบูรณ์ตามกระบวนการทางกฎหมายภายหลังจากที่วัดได้รับประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว
๓. การแสดงเจตนาล่วงหน้าทางนิติกรรม พึงตระหนักว่า ก่อนจะถึงขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์นี้ ในขั้นตอนเริ่มต้นของการขออนุญาตสร้างวัด เจ้าของที่ดินเดิมได้เคยแสดงเจตจำนงไว้แล้วผ่านการทำ “หนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัด” (แบบ ศถ.๒) ไว้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เอกสารสัญญาฉบับนี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงเจตนาล่วงหน้าว่ายินยอมที่จะโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่วัดเมื่อกระบวนการจัดตั้งวัดสำเร็จลุล่วง
บทสรุป โดยสรุป เมื่อกระบวนการพิจารณาของมหาเถรสมาคมเสร็จสิ้นและมีมติเห็นชอบให้ตั้งวัด พร้อมทั้งได้มีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เกี่ยวข้องทราบแล้ว ทายาทหรือผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินมีหน้าที่ทางกฎหมายที่จะต้องเร่งดำเนินการทางทะเบียนเพื่อโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้เป็นของวัดภายในกรอบเวลา ๙๐ วัน ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เพื่อให้วัดมีสถานะทางทรัพย์สินที่มั่นคงและถูกต้องตามกฎหมายสืบไป

