รุ่งอรุณแห่งอัตชีวประวัติไทย: “พระประวัติตรัสเล่า” และภาพสะท้อนสังคมสยามผ่านสายตาปราชญ์
ในหน้าประวัติศาสตร์วรรณกรรมไทยดั้งเดิม ขนบการจารึกเรื่องราวส่วนใหญ่มักจำกัดอยู่เพียงในรูปแบบของวรรณคดีคลาสสิก เทพปกรณัม หรือพงศาวดารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมุ่งเน้นการบันทึกพระราชกรณียกิจและพระบารมีภายใต้บริบทของสมมติเทพ จนกระทั่งปรากฏผลงานพุทธศิลป์เชิงวรรณกรรมชิ้นสำคัญที่กล้าฉีกขนบเดิมเพื่อถ่ายทอด “ความจริง” ของชีวิตมนุษย์ปุถุชน ผลงานชิ้นนั้นคือ “พระประวัติตรัสเล่า” โดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
๑. ปฐมบทแห่งอัตชีวประวัติในวรรณกรรมไทย
สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ มิได้ทรงเป็นเพียงผู้นำทางจิตวิญญาณ แต่ทรงเป็น “ปัญญาชน” ผู้มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้าอย่างยิ่ง ดังที่ เดวิด เค. ไวอาต (David K. Wyatt) นักประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาชื่อดัง ได้กล่าวยกย่องว่าพระองค์ทรงเป็นปัญญาชนที่โดดเด่นที่สุดในยุคสมัยนั้น [๑๖]
ความโดดเด่นนี้สะท้อนชัดในพระนิพนธ์เรื่อง “พระประวัติตรัสเล่า” ซึ่งนักวิชาการต่างยกย่องให้เป็น “อัตชีวประวัติเรื่องแรกสุดในประวัติศาสตร์วรรณกรรมไทย” [๑๖] งานเขียนชิ้นนี้ถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการบันทึกเรื่องราวในสมัยนั้นที่มักจะซ่อน “ตัวตน” ของผู้เขียนไว้ แต่พระองค์กลับเลือกเปิดเผยเรื่องราวส่วนพระองค์อย่างตรงไปตรงมา ด้วยภาษาที่สละสลวย มีสีสัน และสะท้อนความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง
๒. ภาพสะท้อนชีวิต “หลังกำแพงวัง” สู่ “ร่มกาสาวพัสตร์”
เมื่อเข้าสู่เนื้อหา ผู้อ่านจะได้พบกับบันทึกความทรงจำที่เป็นเสมือนจดหมายเหตุทางสังคม พระองค์ทรงบรรยายภาพวิถีชีวิตภายในพระบรมมหาราชวังเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ไว้อย่างละเอียดลออ [๑๖]
ตัวอักษรของพระองค์มิได้พรรณนาเพียงภาพความหรูหราของชนชั้นสูง แต่คือบันทึกพัฒนาการทางสติปัญญาของเจ้านายพระองค์หนึ่งที่เติบโตขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง นอกจากนี้ยังฉายภาพความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างสถาบันวังและสถาบันสงฆ์ ซึ่งในยุคนั้นคือรากฐานสำคัญของการศึกษาไทย [๑๖]
๓. กระจกบานใหญ่สะท้อนวิกฤตการณ์และสังคมสยาม
คุณค่ามหาศาลของ “พระประวัติตรัสเล่า” มิได้หยุดอยู่เพียงการเป็นบันทึกส่วนพระองค์ แต่เนื้อหาภายในทำหน้าที่เป็น “กระจก” บานใหญ่ที่สะท้อนภาพสังคมสยามในยุคหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างศตวรรษที่ ๑๙ และ ๒๐ พระองค์ทรงเล่าถึงการเผชิญหน้ากับปัญหาทางสังคมและความเปลี่ยนแปลงที่สยามประเทศต้องรับมือจากการคืบคลานเข้ามาของโลกตะวันตก [๑๖]
ข้อมูลเหล่านี้คือหลักฐานชั้นต้นทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ซึ่งไม่อาจหาอ่านได้จากพงศาวดารฉบับใด เป็นบันทึกที่ทำให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจ “จิตวิญญาณ” ของยุคสมัยผ่านมุมมองของปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งของไทย
บทสรุป
“พระประวัติตรัสเล่า” จึงมิใช่เพียงหนังสือประวัติบุคคลทั่วไป แต่เป็น “หมุดหมาย” สำคัญที่เปลี่ยนผ่านวรรณกรรมไทยจากยุคจินตนาการสู่ยุคสัจนิยม เป็นการวางรากฐานการเขียนเรื่องราวเชิงอัตชีวประวัติที่ส่งอิทธิพลต่อวงวรรณกรรมไทยในเวลาต่อมา และเป็นมรดกทางปัญญาที่ทำให้เราเข้าใจตัวตนและสังคมไทยในอดีตได้อย่างถ่องแท้
เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส กับการพัฒนาสยามประเทศ

