วิวัฒนาการ “หนังสือสุทธิ”: นวัตกรรมการจัดระเบียบและคุ้มครองความบริสุทธิ์ของคณะสงฆ์ไทย
ในอดีต การตรวจสอบสถานภาพและอัตลักษณ์ของพระภิกษุสงฆ์ที่จาริกมาจากต่างถิ่นถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการปกครองคณะสงฆ์ เนื่องด้วยสยามประเทศยังขาดระบบฐานข้อมูลทะเบียนประวัติและเอกสารแสดงตนที่เป็นมาตรฐาน ความคลุมเครือดังกล่าวกลายเป็นช่องว่างที่เปิดโอกาสให้บุคคลผู้ไม่ประสงค์ดี หรือผู้ต้องหาคดีอาญาแอบอ้างสมณเพศเพื่อหลบหนีความผิด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงและศรัทธาที่มีต่อสถาบันศาสนา
๑. วิกฤตศรัทธาและการขาดระบบคัดกรอง
ปัญหาการเกิด “อลัชชี” หรือผู้ประพฤติละเมิดพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรง รวมถึงพระเร่ร่อนที่ไม่มีสังกัดชัดเจน เป็นปัญหาที่กัดกร่อนความน่าเชื่อถือของศาสนจักรมาอย่างยาวนาน ด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระองค์ทรงตระหนักว่าคณะสงฆ์จำเป็นต้องมีกลไกที่เป็นรูปธรรมในการคัดกรองและยืนยันความบริสุทธิ์ของศาสนทายาท
๒. กำเนิด “หนังสือสุทธิ”: เอกสารยืนยันสถานภาพแห่งสมณะ
ในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ได้ทรงวางระเบียบครั้งสำคัญด้วยการกำหนดให้พระภิกษุสามเณรทุกรูปต้องมีเอกสารประจำตัวที่เรียกว่า “หนังสือสุทธิ” โดยคำว่า “สุทธิ” สื่อความหมายถึงความบริสุทธิ์สะอาดยิ่ง หนังสือเล่มนี้จึงทำหน้าที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ใน ๓ มิติสำคัญ ได้แก่
- การรับรองสถานภาพ (Ordination Verification): ยืนยันว่าได้ผ่านการอุปสมบทอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย โดยระบุชื่อพระอุปัชฌาย์และอาจารย์คู่สวดเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นสังกัดได้
- การยืนยันสังกัด (Affiliation): ระบุชื่อวัดและเจ้าอาวาสผู้ปกครองอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาพระภิกษุไม่มีที่พำนักเป็นหลักแหล่งหรือการจาริกโดยไร้การควบคุม
- การยืนยันความบริสุทธิ์ในสังวาส (Purity of Sangvasa): เป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นผู้ที่มีศีลเสมอกัน สามารถประกอบสังฆกรรมร่วมกับหมู่สงฆ์ได้อย่างสนิทใจโดยไม่เป็นที่รังเกียจ
๓. กลไกการควบคุมและการย้ายที่พำนัก
เพื่อให้การบริหารงานคณะสงฆ์เป็นไปอย่างรัดกุม พระองค์ทรงจำแนกประเภทของหนังสือสุทธิออกเป็น ๒ รูปแบบหลัก ตามลักษณะการใช้งาน คือ
- แบบเฉพาะเจาะจง: สำหรับพระภิกษุที่ประสงค์จะย้ายสังกัดวัดเพื่อพำนักอาศัยเป็นการถาวร
- แบบทั่วไป: สำหรับพระภิกษุที่เดินทางจาริกชั่วคราว ซึ่งเปรียบเสมือน “เอกสารเดินทาง” (Passport) ที่ต้องนำไปแสดงต่อเจ้าอาวาสวัดปลายทางเพื่อขอเข้าพำนัก
บทสรุป: มรดกทางปัญญาเพื่อความมั่นคงของพุทธจักร
การถือกำเนิดของหนังสือสุทธิถือเป็นกุศโลบายสำคัญในการสร้าง “กำแพงแก้ว” เพื่อคัดกรองบุคคลเข้าสู่ศาสนจักร ป้องกันการปลอมบวช และจัดระเบียบสังคมสงฆ์ให้เป็นปึกแผ่น
จากพระดำริในครั้งนั้นได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องจนกลายเป็นหนังสือสุทธิเล่มสีน้ำเงิน (สำหรับมหานิกาย) และสีส้ม (สำหรับธรรมยุต) ที่พระภิกษุสามเณรไทยทุกรูปต้องพกติดตัวในปัจจุบัน อันเป็นมรดกทางปัญญาที่ช่วยธำรงความบริสุทธิ์และความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาในประเทศไทยสืบมาจนถึงปัจจุบัน
เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส กับการพัฒนาสยามประเทศ

