Saffron CEO: เจาะลึกอำนาจหน้าที่ “พระสังฆาธิการ” ผู้ขับเคลื่อนอาณาจักรสงฆ์ผ่านเลนส์กฎมหาเถรสมาคม
หากเราเปรียบ “วัด” เป็นองค์กรหรือบริษัทหนึ่ง และมี “มหาเถรสมาคม” เป็นบอร์ดบริหารสูงสุด (Board of Directors) เหล่าภิกษุที่เราเรียกว่า “พระสังฆาธิการ” ก็คือผู้บริหารระดับสูง (Executives) ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนฟันเฟืองของพุทธศาสนาให้เดินหน้าไปได้อย่างมีระบบ
หลายคนอาจเคยได้ยินคำนี้ผ่านหู แต่อาจไม่ทราบว่า “อำนาจหน้าที่” ของท่านถูกเซตมาตรฐานไว้อย่างชัดเจนใน กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ. 2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ซึ่งเปรียบเสมือน “คัมภีร์การบริหารจัดการ” ที่สำคัญที่สุดฉบับหนึ่งในสังฆมณฑลไทย
พระสังฆาธิการคือใคร? นิยามที่มากกว่า “การบวชมานาน”
ในทางกฎหมายสงฆ์ การเป็นพระผู้ใหญ่หรือบวชมานานไม่ได้ทำให้สถานะเป็นพระสังฆาธิการโดยอัตโนมัติ แต่หมายถึงพระภิกษุที่ “ดำรงตำแหน่งปกครอง” ตามที่กฎหมายกำหนด ตั้งแต่ระดับ “เจ้าอาวาส” ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับปฏิบัติการ ไปจนถึง “เจ้าคณะใหญ่” ที่เปรียบเสมือนแม่ทัพผู้ดูแลภาพรวมทั้งภาคส่วน
การจะก้าวขึ้นมาเป็นพระสังฆาธิการได้นั้น นอกจากพรรษาต้องถึงเกณฑ์แล้ว ยังต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “จริยา” หรือมาตรฐานทางจริยธรรมและมารยาทการปกครองที่เหมาะสม เพื่อเป็นแบบอย่างแก่พระภิกษุสามเณรในสังกัด
4 ภารกิจหลัก: เมื่อ “หน้าที่” มาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบ”
ตามระเบียบปฏิบัติ พระสังฆาธิการเปรียบเสมือนผู้ถือบังเหียนใน 4 ด้านสำคัญ เพื่อให้วัดและคณะสงฆ์ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน
- การปกครอง (Governance): สอดส่องดูแลความเรียบร้อยภายในเขตพื้นที่ กวดขันให้พระภิกษุสามเณรปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฎหมายแผ่นดิน และมติมหาเถรสมาคมอย่างเคร่งครัด
- การศาสนศึกษา (Education): สนับสนุนการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรมและบาลี เพื่อสร้าง “ศาสนทายาท” ที่มีคุณภาพและมีความรู้จริงในพระไตรปิฎก
- การเผยแผ่ (Propagation): ควบคุมและส่งเสริมการนำหลักธรรมไปสู่ประชาชนอย่างถูกต้อง ป้องกันการบิดเบือนคำสอน หรือการใช้ความเชื่อในทางที่ผิดที่อาจสร้างความเสื่อมเสีย
- การสาธารณูปการและการศึกษาสงเคราะห์ (Public Works & Welfare): บริหารจัดการศาสนสมบัติ (ที่ดินและทรัพย์สินของวัด) รวมถึงการทำหน้าที่เป็นสะพานบุญในการช่วยเหลือสังคมด้านต่าง ๆ
Hierarchy of Power: การแบ่งระดับอำนาจตัดสินใจ
กฎฉบับที่ 23 ได้วางโครงสร้างการบริหารแบบกระจายอำนาจเพื่อให้เกิดความสมดุล (Check and Balance)
- เจ้าอาวาส: คือ “ผู้แทนของวัด” ในฐานะ นิติบุคคล มีอำนาจสูงสุดในการบริหารจัดการภายในวัดของตนเอง
- เจ้าคณะตำบล / อำเภอ / จังหวัด: ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลภาพรวมระดับพื้นที่ คอยระงับ อธิกรณ์ (ข้อพิพาท) และตรวจสอบการทำงานของเจ้าอาวาสในเขตปกครอง
- เจ้าคณะใหญ่: ผู้มีอำนาจสูงสุดในแต่ละหน (เช่น หนกลาง, หนเหนือ, หนใต้, หนตะวันออก และธรรมยุต) เพื่อเชื่อมโยงนโยบายจากส่วนกลางไปสู่การปฏิบัติในระดับภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ
ความท้าทายในยุค Digital Transformation
ในปัจจุบัน โจทย์ของพระสังฆาธิการไม่ได้มีเพียงการดูแลความเรียบร้อยในวัดเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับประเด็นใหม่ ๆ ในโลกโซเชียล เช่น
- การกวดขันมารยาทการใช้สื่อออนไลน์ของพระในปกครอง
- การดูแลภาพลักษณ์ของวัดไม่ให้ถูกใช้เป็นพื้นที่เคลื่อนไหวทางการเมืองที่นำไปสู่ความขัดแย้ง
- การบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ตามมาตรฐานการบัญชีปัจจุบัน
บทสรุป: ผู้นำเพื่อความมั่นคงแห่งศรัทธา
การวิเคราะห์อำนาจหน้าที่ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 ทำให้เราเห็นว่าพระสังฆาธิการคือ “กลไกการบริหาร” ที่ทำให้พุทธศาสนาในประเทศไทยดำรงอยู่ได้อย่างเป็นระเบียบ ท่านไม่ใช่เพียงพระเถระที่น่าเคารพ แต่คือผู้ที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบทั้งต่อพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมือง เพื่อรักษาความเลื่อมใสศรัทธาให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป

