แนวทางการจัดการพื้นที่วัดเพื่อประโยชน์ของชุมชนและสังคม

ในระบบการปกครองคณะสงฆ์ไทย วัดมิได้ดำรงสถานะเพียงศาสนสถานเพื่อการประกอบศาสนกิจของบรรพชิตเท่านั้น หากแต่ยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลและศูนย์กลางทางสังคมที่มีบทบาทสำคัญในการเกื้อกูลพุทธบริษัททั้งในมิติจิตวิญญาณและสาธารณประโยชน์ การบริหารจัดการอาคารสถานที่ภายในวัดจึงเป็นพันธกิจเชิงยุทธศาสตร์ของพระสังฆาธิการ ซึ่งต้องผสานหลักพุทธธรรมเข้ากับนิติวิธีตามกฎหมายแผ่นดิน บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกถึงหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการจัดสรรพื้นที่ภายในวัดเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามที่ระบุไว้ในคู่มือพระสังฆาธิการและมติมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้อง


๑. อำนาจหน้าที่ของพระสังฆาธิการในการดูแลศาสนสมบัติ

ภายใต้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เจ้าอาวาสทรงไว้ซึ่งอำนาจหน้าที่ในการบำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภารกิจนี้รวมถึงการอำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พุทธบริษัทในการบำเพ็ญกุศล

การบริหารจัดการสถานที่ในยุคปัจจุบันต้องคำนึงถึงความถูกต้องตามกฎกระทรวงการดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัด ซึ่งกำหนดให้การใช้พื้นที่วัดต้องเป็นไปเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาและการสาธารณสงเคราะห์ การอนุญาตให้ใช้สอยอาคารสถานที่จึงมิใช่เพียงอำนาจการตัดสินใจส่วนบุคคล แต่ต้องอยู่บนรากฐานของธรรมาภิบาลที่ตรวจสอบได้และมีความโปร่งใส

๒. โครงสร้างวัด ประชา รัฐ สร้างสุข กับการพัฒนาพื้นที่ยั่งยืน

นวัตกรรมทางการปกครองสงฆ์ที่สำคัญในการจัดการสถานที่เพื่อประชาชนคือโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ซึ่งมีระเบียบมหาเถรสมาคมรองรับอย่างเป็นทางการ โครงการนี้เน้นการนำหลักการจัดการพื้นที่มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้าง “สัปปายะสถาน” หรือสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การพัฒนาจิตใจและปัญญา

การบริหารจัดการตามแนวทางนี้มุ่งเน้นให้วัดเป็นพื้นที่ต้นแบบทางกายภาพ โดยมีการแบ่งส่วนพื้นที่ให้ชัดเจน ได้แก่

  • เขตสังฆาวาส คือพื้นที่ส่วนที่พักของพระภิกษุสามเณรเพื่อความสงบวิเวก
  • เขตพุทธาวาสและเขตสาธารณะ คือพื้นที่ที่ประชาชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น แหล่งเรียนรู้ชุมชน พื้นที่พักผ่อนเชิงธรรมะ หรือศูนย์ประสานงานสาธารณภัยในยามเกิดเหตุฉุกเฉิน

๓. ประโยชน์สาธารณะกับการยกฐานะสู่พระอารามหลวง

ความสำคัญของการบริหารจัดการสถานที่เห็นได้ชัดจากเกณฑ์การพิจารณาขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ซึ่งระเบียบกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดว่า วัดนั้นต้องมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและมีการจัดระบบภายในวัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

การที่วัดแห่งหนึ่งจะได้รับการยกย่องเป็นพระอารามหลวงมิได้พิจารณาเพียงความงดงามของสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังพิจารณาถึงการใช้อาคารสถานที่เพื่อการศึกษา ทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี รวมถึงการเป็นศูนย์กลางในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งนี้สะท้อนว่าประโยชน์สาธารณะคือหัวใจสำคัญของการดำรงอยู่ของวัดในฐานะสถาบันหลักของชาติ


๔. ขีดจำกัดและข้อห้ามในการใช้พื้นที่ศาสนสถาน

แม้การจัดการวัดจะเน้นประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ แต่มหาเถรสมาคมได้วางแนวทางป้องกันมิให้พื้นที่วัดถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ดังปรากฏในประกาศมหาเถรสมาคมที่ห้ามใช้วัดเป็นสถานที่จัดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบหรือความแตกแยกในสังคม

กฎระเบียบนี้ระบุว่า เจ้าอาวาสพึงระมัดระวังมิให้ใช้พื้นที่วัดเพื่อกิจกรรมทางการเมือง หรือกิจกรรมที่มีเนื้อหาละเมิดกฎหมายและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ การจัดการอาคารสถานที่จึงต้องดำเนินตามทางสายกลาง คือการเปิดกว้างเพื่อสร้างสรรค์สังคมควบคู่ไปกับการรักษาความสงบระงับและรักษาสมณสารูปของพุทธศาสนสถาน

๕. การจัดการที่ธรณีสงฆ์เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ประเด็นที่ละเอียดอ่อนประการหนึ่งคือการบริหารจัดการที่ธรณีสงฆ์ ซึ่งวัดอาจให้ประชาชนเช่าอาศัยหรือใช้ประโยชน์เพื่อนำรายได้มาบำรุงวัด ระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการปลูกสร้างอาคารในที่วัดหรือที่ธรณีสงฆ์ ได้วางแนวทางปฏิบัติไว้เพื่อป้องกันข้อพิพาทและรักษาผลประโยชน์ของวัดอย่างเป็นธรรม

ในกรณีที่เกิดข้อขัดแย้ง คณะสงฆ์ได้มีกลไกกลางในการไกล่เกลี่ยและให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการทรัพย์สินของพระศาสนาจะเป็นไปเพื่อความผาสุกของพุทธบริษัทและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของผู้บริจาคที่ดินให้แก่พระศาสนา


บทสรุป

การบริหารจัดการอาคารสถานที่ในวัดเพื่อประโยชน์สาธารณะตามมาตรฐานในคู่มือพระสังฆาธิการ มิใช่เพียงงานด้านธุรการเท่านั้น แต่คือการสถาปนาพื้นที่แห่งศรัทธาให้กลายเป็นพื้นที่แห่งปัญญา การที่พระสังฆาธิการมีความเข้าใจในกฎระเบียบและยึดมั่นในหลักการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ ย่อมเป็นหลักประกันว่าวัดไทยจะยังคงเป็นเสาหลักที่พึ่งของประชาชนได้อย่างสง่างามและยั่งยืน

ความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบันจึงขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นสาธารณูปการที่สะอาดทั้งทางกายภาพ และมีความโปร่งใสด้วยธรรมาภิบาลแห่งพระธรรมวินัยสืบไป

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง: https://www.watmoli.com/wittaya-one/1524/

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *