หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอรับนิตยภัตของพระภิกษุสามเณร
ในระบอบการปกครองคณะสงฆ์ไทย “นิตยภัต” มิได้เป็นเพียงเงินอุดหนุนที่รัฐถวายแก่พระภิกษุสามเณรเท่านั้น หากแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชศรัทธาและการอุปถัมภ์บำรุงพระศาสนาที่สืบเนื่องมาแต่โบราณกาล ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในปัจจุบัน นิตยภัตได้ถูกจัดระเบียบให้มีความชัดเจน โปร่งใส และมีนิติวิธีที่รัดกุมสอดคล้องกับคู่มือพระสังฆาธิการ ฉบับปี ๒๕๖๗ เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินในส่วนนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังฆมณฑล
๑. นิยามและขอบเขตของนิตยภัตในระบบงบประมาณแผ่นดิน
นิตยภัต หมายถึง เงินงบประมาณแผ่นดินที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้รับจัดสรรจากรัฐบาลเป็นประจำทุกปี เพื่อเบิกจ่ายถวายอุดหนุนอุปถัมภ์แก่พระภิกษุและบรรพชิต เงินจำนวนนี้เปรียบเสมือนปัจจัยสี่ที่รัฐถวายเพื่ออนุกูลแก่การดำรงสมณเพศและการปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งปกครอง โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้มีสิทธิรับนิตยภัตตามระเบียบดังต่อไปนี้
- พระภิกษุผู้ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ตั้งแต่ชั้นพระครูสัญญาบัตรจนถึงพระราชาคณะ
- พระสังฆาธิการผู้ดำรงตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ ได้แก่ เจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล จนถึงระดับเจ้าคณะใหญ่
- พระภิกษุสายวิชาการและการศึกษา ได้แก่ แม่กองบาลีสนามหลวง แม่กองธรรมสนามหลวง และพระภิกษุผู้สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค
- พระภิกษุผู้ปฏิบัติหน้าที่พิเศษตามพระบรมราชโองการในรัชสมัยต่าง ๆ
- บรรพชิตนิกายอื่นที่ได้รับสิทธิตามระเบียบ เช่น บรรพชิตจีนนิกายและอนัมนิกาย
๒. นิติวิธีและกระบวนการเบิกจ่ายตามกรอบเวลา
การบริหารจัดการนิตยภัตมีนิติวิธีปฏิบัติที่เคร่งครัดเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลในการใช้งบประมาณ โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
- กำหนดการขอเบิกประจำปี พระสังฆาธิการหรือผู้ดูแลต้องดำเนินการขอเบิกจ่ายภายในเดือนกันยายนของแต่ละปี หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะสามารถเบิกจ่ายได้ต่อเมื่อมีนิตยภัตเหลือจ่ายในปีที่ขอเบิกเท่านั้น ส่วนการเบิกค้างข้ามปีต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังเป็นกรณีพิเศษ
- หลักเกณฑ์กรณีดำรงตำแหน่งควบ ในกรณีที่พระภิกษุดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่งซึ่งมีสิทธิรับนิตยภัตมากกว่าหนึ่งทาง ระเบียบกำหนดให้รับการถวายนิตยภัตในตำแหน่งที่เท่ากันหรือตำแหน่งที่สูงกว่าเพียงตำแหน่งเดียว เว้นแต่ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะชั้นต่าง ๆ ให้ได้รับนิตยภัตในอัตราเดิมของตำแหน่งก่อนหน้า
- วงรอบการจัดทำบัญชี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะจัดทำบัญชีนิตยภัตเป็นงวดรวม ๖ งวดต่อปี ได้แก่ เดือนพฤศจิกายน มกราคม มีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคม และกันยายน เพื่อให้การถวายปัจจัยอุดหนุนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
๓. เงื่อนไขและปัจจัยที่นำไปสู่การสิ้นสุดสิทธิ
สิทธิในการรับนิตยภัตผูกพันอยู่กับสถานะและตำแหน่งหน้าที่ หากเกิดเหตุปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ สิทธิในการรับนิตยภัตย่อมระงับลง ได้แก่ ๑. การมรณภาพ โดยสิทธิจะระงับลงในเดือนถัดจากเดือนที่มรณภาพ ๒. การพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เช่น การลาสิกขา หรือการถูกให้สละสมณเพศ ๓. การลาออกหรือพ้นจากตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการลาออกจากสมณศักดิ์หรือตำแหน่งทางการปกครอง ๔. การถูกถอดถอนหรือปลดจากตำแหน่ง เมื่อมีคำวินิจฉัยลงนิคหกรรมหรือมีคำสั่งให้ออกจากตำแหน่งฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ ๕. การย้ายที่พำนักออกนอกเขตพื้นที่ เฉพาะตำแหน่งที่มีข้อกำหนดเรื่องถิ่นที่พำนักชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในกรณีสมเด็จพระสังฆราชสิ้นพระชนม์ รัฐจะถวายนิตยภัตต่อเนื่องจนถึงวันถวายพระเพลิงพระศพเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติสูงสุดตามจารีตประเพณี
๔. การระงับสิทธิชั่วคราวและการคุ้มครองสิทธิ
ในมิติของกระบวนการยุติธรรมทางคณะสงฆ์ หากพระภิกษุถูกสั่งพักจากตำแหน่งหน้าที่ ระเบียบกำหนดให้ระงับการเบิกจ่ายนิตยภัตไว้ชั่วคราวตั้งแต่เดือนที่ถูกสั่งพักเป็นต้นไป แต่หากในภายหลังกระบวนการพิจารณาสิ้นสุดลงและปรากฏว่าพระภิกษุรูปนั้นพ้นจากมลทิน จนได้รับการส่งตัวกลับเข้าดำรงตำแหน่งเดิม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะดำเนินการเบิกจ่ายนิตยภัตถวายย้อนหลังให้จนครบตามสิทธิ เพื่อรักษาความเป็นธรรมและคุ้มครองสิทธิของผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ
๕. การเกื้อกูลสู่สังคมผ่านโครงการวัดช่วยวัด
ระบบนิตยภัตยังมีมิติของการแสดงความสามัคคีในพุทธจักร โดยระเบียบมหาเถรสมาคมกำหนดให้มีการรับบริจาคเงินนิตยภัตในเดือนมกราคมของทุกปี จากพระสังฆาธิการที่ได้รับนิตยภัต เพื่อนำเข้ากองทุน “วัดช่วยวัด” เงินส่วนนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนวัดที่ประสบภัยธรรมชาติหรือวัดที่อยู่ในพื้นที่ขาดแคลน สิ่งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านจากสิทธิส่วนรูปสู่ประโยชน์ส่วนรวมเพื่อความมั่นคงของพุทธจักรไทย
บทสรุป
การบริหารจัดการนิตยภัตตามมาตรฐานในคู่มือพระสังฆาธิการ มิใช่เพียงเรื่องของตัวเลขทางงบประมาณ แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรปฏิบัติหน้าที่ศาสนทายาทได้อย่างสง่างามและมีเกียรติ การทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และเงื่อนไขอย่างถูกต้อง จะช่วยให้การบริหารจัดการวัดเป็นไปอย่างมีธรรมาภิบาล และสร้างความเชื่อมั่นแก่พุทธบริษัทว่า งบประมาณแผ่นดินถูกนำไปใช้เพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบันพระพุทธศาสนาอย่างโปร่งใสและทรงคุณค่าสืบไป

