Category: การบริหารกิจการคณะสงฆ์
ถอดรหัส พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑: เมื่อ “ระเบียบสงฆ์” คือพิมพ์เขียวแห่งการพัฒนาชาติ ในบรรดาการปฏิรูปครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) การประกาศใช้ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียง “วัตรปฏิบัติ” ของพระสงฆ์ แต่เป็นการจัดวางระบบปฏิบัติการ (Operating System) ใหม่ให้กับพุทธจักรไทยเพื่อให้สอดรับกับความเป็น “รัฐสมัยใหม่”
เจาะลึกโครงสร้าง กบป.: กลไกขับเคลื่อนทรัพยากรบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม ภายใต้ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.) ขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น “องค์กรกำกับดูแล” (Regulator) ด้านการบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพและมีความเป็นเอกภาพทั่วประเทศ โดยมีโครงสร้างองค์ประกอบที่ผสมผสานระหว่างผู้บริหารระดับสูงของคณะสงฆ์และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากสาขาวิชาชีพ ดังนี้
กศป.: องค์กรบริหารนโยบายและเสาหลักการศึกษาพระปริยัติธรรม ภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ได้รับการจัดตั้งขึ้นในฐานะองค์กรระดับมหภาคเชิงนโยบาย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสูงสุดในการบริหารจัดการและกำกับดูแลการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทย โดยมีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมภารกิจสำคัญ ๕ ด้าน ดังนี้
มาตรฐานการตรวจสอบภายในและกลไกการรายงานผลสำหรับสถานศึกษาพระปริยัติธรรม การตรวจสอบภายในถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสให้แก่สถานศึกษาพระปริยัติธรรม (ซึ่งครอบคลุมทั้งสำนักเรียน สำนักศาสนศึกษา และโรงเรียนพระปริยัติธรรม) เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรของคณะสงฆ์เป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบและบรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่สำคัญดังนี้
กบป. กับบทบาทการพิทักษ์ระบบคุณธรรมในการศึกษาพระปริยัติธรรม การบริหารงานบุคคลของการศึกษาพระปริยัติธรรมในปัจจุบัน กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบนิติรัฐที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยมี คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.) ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (Merit Protection) เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและยุติธรรมตามหลักเกณฑ์ที่เป็นสากล ดังนี้:
หลักเกณฑ์และกระบวนการกำหนดสวัสดิการเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ในการบริหารจัดการบุคลากรของการศึกษาพระปริยัติธรรม การกำหนดสวัสดิการและค่าตอบแทนถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างขวัญและกำลังใจ รวมถึงความมั่นคงในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ทั้งนี้ กระบวนการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีโครงสร้างการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบราชการและงบประมาณแผ่นดิน โดยมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้
การยกระดับสถานะของ “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม” (จศป.) ภายใต้โครงสร้างกฎหมายใหม่ มิใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อเรียกตำแหน่ง หากแต่เป็นการวางรากฐานระบบบริหารงานบุคคลของคณะสงฆ์ให้ก้าวสู่ความเป็น “นิติรัฐ” ที่มีมาตรฐานเทียบเคียงได้กับระบบข้าราชการพลเรือน โดยมีการกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติและกรอบจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ไว้อย่างรัดกุม ดังรายละเอียดสำคัญต่อไปนี้
ในอดีต ภาพลักษณ์ของการบริหารจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมมักยึดโยงอยู่กับบารมีและอำนาจการตัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จของ “เจ้าสำนักเรียน” หรือเจ้าอาวาส (Local Power) เป็นสำคัญ การบริหารงานบุคคลและการจัดสรรงบประมาณภายในวัดจึงมักขึ้นอยู่กับ “ดุลยพินิจส่วนบุคคล” โดยขาดกลไกการกำกับดูแลจากส่วนกลางที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้สร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ โดยยกระดับสถานะจากผู้มีอำนาจตามจารีต สู่การเป็น “ผู้บริหารภายใต้ระบบนิติรัฐ” อย่างเต็มรูปแบบ
ท่ามกลางกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Disruption ที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดวิถีชีวิตและโครงสร้างสังคมในทุกมิติ การจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยมิได้หยุดนิ่งอยู่เพียงกรอบจารีตเดิม หากแต่กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าภายใต้ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ เพื่อมุ่งสู่หมุดหมายใหม่ที่เรียกว่า “การศึกษาปริยัติธรรม ๔.๐” ซึ่งมีเป้าประสงค์สำคัญในการยกระดับการศึกษาสงฆ์ไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้พุทธศาสระดับโลก
ในอดีตบริบทการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมมักขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและบารมีของเจ้าอาวาสเป็นสำคัญ ลักษณะการดำเนินงานในรูปแบบ “ใครพร้อมก็เปิด ใครไม่พร้อมก็ปิด” โดยขาดการกำกับดูแลเชิงระบบ ส่งผลให้เกิดภาวะ “เบี้ยหัวแตก” กล่าวคือ มีสถานศึกษากระจายตัวอยู่จำนวนมากแต่ขาดเสถียรภาพและมาตรฐานทางวิชาการ อย่างไรก็ตาม ภายใต้การปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ในปัจจุบัน ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาฯ พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้เข้ามาวางรากฐาน “วงจรชีวิต” ของสถาบันการศึกษาสงฆ์ใหม่ ให้ก้าวสู่ความเป็นนิติรัฐที่มีความชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น