Category: การบริหารกิจการคณะสงฆ์
หากเปรียบการปฏิรูปเป็นงานก่อสร้าง วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ คือวันที่แปลนพิมพ์เขียวฉบับใหม่ถูกกางออกอย่างเป็นทางการ การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มกฎหมายลงในราชกิจจานุเบกษา แต่คือการวางศิลาฤกษ์ให้แก่โครงสร้างการบริหารรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม” (กศป.)
หากจะเอ่ยถึง “จุดเปลี่ยน” (Turning Point) ที่สำคัญที่สุดของการศึกษาคณะสงฆ์ไทยในรอบทศวรรษ คงหนีไม่พ้นการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ กฎหมายฉบับนี้มิได้ทำหน้าที่เพียงแค่ปรับปรุงระเบียบปฏิบัติราชการทั่วไป แต่คือนวัตกรรมทางความคิดที่เข้ามารื้อถอนโครงสร้างอำนาจเดิม เพื่อสถาปนาสิ่งที่เรียกว่า “นิติรัฐ” (Rule of Law) ให้เกิดขึ้นจริงในวงการสงฆ์
หากกาลเวลาคือเครื่องพิสูจน์ศรัทธา กฎหมายก็คงเป็นเครื่องมือพิสูจน์ความยั่งยืนขององค์กร วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ มิใช่เพียงวันธรรมดาในปฏิทินของคณะสงฆ์ไทย แต่เป็นหมุดหมายสำคัญ (Milestone) ของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง เมื่อมีการประกาศใช้ “พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒”
ถอดรหัส พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑: เมื่อ “ระเบียบสงฆ์” คือพิมพ์เขียวแห่งการพัฒนาชาติ ในบรรดาการปฏิรูปครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) การประกาศใช้ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียง “วัตรปฏิบัติ” ของพระสงฆ์ แต่เป็นการจัดวางระบบปฏิบัติการ (Operating System) ใหม่ให้กับพุทธจักรไทยเพื่อให้สอดรับกับความเป็น “รัฐสมัยใหม่”
เจาะลึกโครงสร้าง กบป.: กลไกขับเคลื่อนทรัพยากรบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม ภายใต้ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.) ขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น “องค์กรกำกับดูแล” (Regulator) ด้านการบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพและมีความเป็นเอกภาพทั่วประเทศ โดยมีโครงสร้างองค์ประกอบที่ผสมผสานระหว่างผู้บริหารระดับสูงของคณะสงฆ์และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากสาขาวิชาชีพ ดังนี้
กศป.: องค์กรบริหารนโยบายและเสาหลักการศึกษาพระปริยัติธรรม ภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ได้รับการจัดตั้งขึ้นในฐานะองค์กรระดับมหภาคเชิงนโยบาย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสูงสุดในการบริหารจัดการและกำกับดูแลการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทย โดยมีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมภารกิจสำคัญ ๕ ด้าน ดังนี้
มาตรฐานการตรวจสอบภายในและกลไกการรายงานผลสำหรับสถานศึกษาพระปริยัติธรรม การตรวจสอบภายในถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสให้แก่สถานศึกษาพระปริยัติธรรม (ซึ่งครอบคลุมทั้งสำนักเรียน สำนักศาสนศึกษา และโรงเรียนพระปริยัติธรรม) เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรของคณะสงฆ์เป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบและบรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่สำคัญดังนี้
กบป. กับบทบาทการพิทักษ์ระบบคุณธรรมในการศึกษาพระปริยัติธรรม การบริหารงานบุคคลของการศึกษาพระปริยัติธรรมในปัจจุบัน กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบนิติรัฐที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยมี คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.) ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (Merit Protection) เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและยุติธรรมตามหลักเกณฑ์ที่เป็นสากล ดังนี้:
หลักเกณฑ์และกระบวนการกำหนดสวัสดิการเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ในการบริหารจัดการบุคลากรของการศึกษาพระปริยัติธรรม การกำหนดสวัสดิการและค่าตอบแทนถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างขวัญและกำลังใจ รวมถึงความมั่นคงในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ทั้งนี้ กระบวนการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีโครงสร้างการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบราชการและงบประมาณแผ่นดิน โดยมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้
การยกระดับสถานะของ “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม” (จศป.) ภายใต้โครงสร้างกฎหมายใหม่ มิใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อเรียกตำแหน่ง หากแต่เป็นการวางรากฐานระบบบริหารงานบุคคลของคณะสงฆ์ให้ก้าวสู่ความเป็น “นิติรัฐ” ที่มีมาตรฐานเทียบเคียงได้กับระบบข้าราชการพลเรือน โดยมีการกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติและกรอบจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ไว้อย่างรัดกุม ดังรายละเอียดสำคัญต่อไปนี้