Category: จดหมายเหตุธรรมสนามหลวง

0

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๙: สอบตก ๑ วิชาแต่ยังสอบผ่านได้? เปิดกฎ “เฉลี่ยคะแนน” ยุค พ.ศ. ๒๔๕๖

เคยไหม? สอบได้คะแนนเต็มวิชาหนึ่ง แต่ไปตกม้าตายอีกวิชาหนึ่ง จนสุดท้ายสอบตกทั้งหมด? ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อน! ในยุคเริ่มแรกของการสอบนักธรรม ผู้เข้าสอบหน้าใหม่ต้องสอบหลายวิชาพร้อมกัน ต่างจากพระเปรียญรุ่นเก่าที่ค่อยๆ เก็บสะสมวิชาได้ ทำให้ผู้สอบใหม่เสียเปรียบและสอบตกกันมาก

0

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๘: เทียบโอนหน่วยกิตยุค ร.ศ. ๑๓๑? เมื่อ “สนามหลวง” ยอมรับผลสอบจากวัดต่างๆ

รู้หรือไม่? ในช่วงแรกของการตั้งสนามหลวง ข้อสอบวัดบางแห่ง “หิน” ยิ่งกว่าข้อสอบกลาง! ในสมัย ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕) ระบบการสอบ “สนามหลวง” (Central Exam) เพิ่งเริ่มตั้งไข่ ในขณะที่วัดบางแห่ง (เช่น วัดบวรนิเวศวิหาร) มีการจัดการเรียนการสอนและสอบกันเองมานานจนเข้มข้น

0

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๗: เจาะลึกกฎการสอบ “สามเณรรู้ธรรม” ยุค ร.ศ. ๑๓๐ (ต้องเก่งแค่ไหนถึงจะรอด?)

เปิดคู่มือการสอบฉบับแรก! กับเกณฑ์การให้คะแนนสุดหินแต่ยืดหยุ่น จากตอนที่แล้ว เราทราบว่ามีการตั้งหลักสูตร “สามเณรรู้ธรรม” ขึ้นมาเพื่อคัดกรองคนหนีทหาร แต่ในทางปฏิบัติ “กรรมการเขาวัดผลกันอย่างไร?” เอกสารฉบับนี้คือ “อธิบายการสอบไล่ฯ” ที่เผยให้เห็นเกณฑ์การตัดสินที่น่าทึ่ง โดยมีการแบ่งวิชาออกเป็น 3 ส่วนหลัก และมีการจัดลำดับชั้น (เอก โท ตรี) ตามความสามารถที่แท้จริง ไม่ใช่แค่สอบผ่านหรือตกเพียงอย่างเดียว

0

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๖: พระบรมราชานุญาตให้เริ่มหลักสูตร “นักธรรม” (ร.ศ. ๑๓๐)

เมื่อ “พิมพ์เขียว” การศึกษาได้รับการประทับตราอนุมัติ หลังจากที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงวางโครงสร้างหลักสูตร “นวกภูมิ” (นักธรรม) และส่งเรื่องผ่านกระทรวงธรรมการเพื่อนำความกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)

0

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๕: เปิด “พิมพ์เขียว” หลักสูตรนักธรรมฉบับแรกของไทย (ร.ศ. ๑๓๐)

จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ: สาส์นฉบับสำคัญถึงกระทรวงธรรมการ หลังจากที่ที่ประชุมเถรสมาคมได้ตกผลึกเรื่องการแยกหลักสูตรการศึกษาออกเป็น “สายสามัญ” (ภาษาไทย) และ “สายวิสามัญ” (บาลี) แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการขอพระบรมราชานุญาตเพื่อประกาศใช้

0

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๔: ปฏิวัติการศึกษาคณะสงฆ์! จาก “บาลี” สู่ “นักธรรม” (เอกสารประวัติศาสตร์ ร.ศ. ๑๓๐)

เมื่อ “บาลี” ยากเกินไปสำหรับหัวเมือง… ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง ในการประชุมเถรสมาคม ครั้งที่ ๒ (มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเสนอ “คำชี้แจง” ที่เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของการศึกษาคณะสงฆ์ไทยสมัยใหม่

0

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๓: จาก “เกณฑ์ทหาร” สู่ “หลักสูตรนักธรรม” วิสัยทัศน์ใหม่แห่ง ร.ศ. ๑๓๐

สานต่อจากตอนที่แล้ว: หลังจากที่คณะสงฆ์ต้องกำหนดเกณฑ์ “สามเณรรู้ธรรม” เพื่อยกเว้นการเกณฑ์ทหาร ในการประชุมครั้งแรก (มิถุนายน ร.ศ. ๑๓๐) มาถึงการประชุม ครั้งที่ ๒ (มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงตกผลึกทางความคิด และนำเสนอวิสัยทัศน์ที่ “เปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาคณะสงฆ์ไทย” ไปตลอดกาล นั่นคือการเปลี่ยนจาก “การเรียนบาลีที่ยากลำบาก” มาสู่ “การเรียนธรรมะภาษาไทย” ที่เข้าถึงง่ายกว่า

0

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๒ เปิดกรุเอกสาร ร.ศ. ๑๓๐: จุดเริ่มต้นการสอบ “สามเณร” เพื่อยกเว้นเกณฑ์ทหาร

เมื่อการเกณฑ์ทหารมาถึงวัด: สามเณรรูปไหนจะได้ไปต่อ? ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๖ (ร.ศ. ๑๓๐ หรือ พ.ศ. ๒๔๕๔) เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร ทางการต้องการให้ชายไทยรับใช้ชาติ แต่ก็ทรงมีพระเมตตาต่อผู้ใฝ่ศึกษาในพระพุทธศาสนา จึงมีข้อยกเว้นให้ “สามเณรรู้ธรรม” ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร

0

แฟ้มธรรม ตอนที่ ๑ คุณรู้หรือไม่? การสอบนักธรรมที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นส่วนหนึ่งมาจาก “การเกณฑ์ทหาร”

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า ๑๐๐ ปีก่อน (พ.ศ. ๒๔๕๔) รัฐบาลสยามออกกฎหมายเกณฑ์ทหาร โดยยกเว้นให้ “พระภิกษุ” แต่สำหรับ “สามเณร” นั้น ต้องเป็นผู้ “รู้ธรรม” เท่านั้นถึงจะได้รับการยกเว้น …คำถามใหญ่จึงตกมาอยู่ที่คณะสงฆ์ว่า “แค่ไหนถึงเรียกว่ารู้ธรรม?”