กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง Blog
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส: ปราชญ์ผู้ปฏิรูปสยามสู่ความทันสมัย ในหน้าประวัติศาสตร์แห่งการปฏิรูปประเทศสยามสู่ความทันสมัย นามของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงได้รับการจารึกในฐานะปราชญ์ทางพุทธศาสนาและ “รัฐบุรุษทางปัญญา” พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการวางรากฐานการศึกษาและระบบการปกครองคณะสงฆ์ไทย จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีแห่งการสิ้นพระชนม์
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส: ปัญญาชนสยามผู้พลิกโฉมการศึกษาและสังคมไทยสู่โลกสมัยใหม่ ในวาระครบรอบหนึ่งศตวรรษแห่งการสิ้นพระชนม์ องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องให้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเป็น บุคคลสำคัญของโลก ในปี พ.ศ. 2564 สาขาการศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ เหตุใดพระภิกษุผู้ครองสมณเพศในยุคเปลี่ยนผ่านของสยามพระองค์นี้ จึงได้รับการยอมรับในระดับสากล? บทความนี้จะพาไปสำรวจวิสัยทัศน์และ “มรดกทางปัญญา” ที่พระองค์ทรงวางรากฐานไว้ จนกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยจวบจนปัจจุบัน
ข่าวประชาสัมพันธ์: พิธีปิดโครงการตรวจใบตอบข้อสอบธรรมสนามหลวง นักธรรมและธรรมศึกษาชั้นเอก (ส่วนภูมิภาค) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ กรุงเทพมหานคร (๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘) – สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง จัดพิธีปิดโครงการตรวจใบตอบข้อสอบธรรมสนามหลวง นักธรรมและธรรมศึกษาชั้นเอก ส่วนภูมิภาค ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเมตตาจากพระเถรานุเถระคณะผู้บริหาร และคณะกรรมการตรวจข้อสอบร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ วัดสามพระยา วรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
Namo Tassa Bhagavato Arahato Samma Sambuddhassa (3 times) May blessings be upon all of you, laypeople and good folks. Whether you are the energetic new generation or the experienced elders who have seen much...
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพร ญาติโยมสาธุชนทุกท่าน ทั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง และผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากทุกท่าน ที่ได้มาประชุมพร้อมเพรียงกัน หรือกำลังรับฟังผ่านสื่อออนไลน์อยู่ในขณะนี้ วันนี้อาตมภาพอยากจะชวนพวกเรามานั่งพัก แล้วลองทบทวนชีวิตกันสักนิด ท่ามกลางโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วเหลือเกินในยุคปัจจุบัน โยมเคยรู้สึกเหนื่อยบ้างไหม? เหนื่อย… ทั้งที่ไม่ได้ไปแบกหามอะไรหนักๆ แต่ทำไมใจมันหนักอึ้ง? เคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมว่า ที่เราตื่นแต่เช้า รีบเร่งเดินทาง ทำงานตัวเป็นเกลียวจนดึกดื่น แข่งขันกับเวลา แข่งขันกับคนอื่น… ทั้งหมดนี้ เรากำลังทำเพื่ออะไร?
ปาสราสิสูตร: เมื่อการแสวงหา กำหนด “ระดับ” ของชีวิต ในโลกปัจจุบันที่เราต่างตื่นตัวกับการแสวงหาความสำเร็จ (Success) และความมั่นคง (Security) คำถามสำคัญที่มักถูกมองข้ามไปคือ “สิ่งที่เรากำลังทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อตามหานั้น มีคุณค่าที่แท้จริงหรือเป็นเพียงพันธนาการรูปแบบใหม่?” ในพระไตรปิฎกมีพระสูตรหนึ่งชื่อว่า ปาสราสิสูตร (หรือ อริยปริเยสนาสูตร) ซึ่งถือเป็น “แผนที่นำทาง” ที่แหลมคมที่สุดชุดหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงชวนให้เราสำรวจ “คุณภาพของการแสวงหา” ผ่านมุมมองที่ลึกซึ้งดังนี้
กรุงเทพมหานคร (๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๘) – บรรยากาศการตรวจใบตอบข้อสอบธรรมสนามหลวงดำเนินไปอย่างเข้มข้นและเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยในวันนี้ถือเป็นวันที่ ๔ ของการตรวจผลสอบนักธรรมและธรรมศึกษาชั้นเอก ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ สำหรับส่วนภูมิภาค ซึ่งได้รับเมตตาจากคณะพระเถรานุเถระผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง เดินทางมาตรวจเยี่ยมสนามตรวจเพื่อติดตามความเรียบร้อยและประทานกำลังใจแก่คณะกรรมการผู้ปฏิบัติหน้าที่
Namo Tassa Bhagavato Arahato Samma Sambuddhassa (3 times) Blessings to all of you seeking spiritual freedom… Today, I’d like to invite you all to explore the “social media world” within our own minds. Have...
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) เจริญพร ญาติโยมสาธุชนทุกท่าน ทั้งที่นั่งอยู่ในที่นี้ และที่กำลังมองหาความสงบใจในโลกที่แสนจะวุ่นวาย วันนี้ อาตมภาพอยากชวนพวกเรามาสำรวจ “ความสุข” ที่เราไขว่คว้ากันอยู่ทุกวัน โยมเคยสังเกตไหมว่า ทำไมความสุขในโลกใบนี้มันถึงมาพร้อมกับ “ราคา” ที่ต้องจ่ายเสมอ? เราได้ของใหม่มา เราดีใจ แต่ไม่นานเราก็กลัวมันพัง กลัวมันหาย เรารักใครสักคน เรามีความสุข แต่ในความสุขนั้นมีความหึงหวง มีความกังวลซ่อนอยู่ เราเสพสื่อโซเชียลเห็นเรื่องถูกใจ เรายิ้มได้ครู่เดียว แต่พอวางมือถือ ใจกลับแห้งผากและอยากเสพเพิ่มขึ้นไปอีก
ในโลกยุคดิจิทัลที่ “ความเพลิดเพลิน” ถูกออกแบบมาอย่างแยบยลเพื่อดึงดูดเวลาและตัวตนของเรา ไม่ว่าจะเป็นอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียหรือกระแสบริโภคนิยมที่กระตุ้นความยากอย่างไม่จบสิ้น สภาวะเหล่านี้สอดคล้องกับอุปมานิทัศน์ใน “นิวาปสูตร” (Nivapa Sutta) หรือ “พระสูตรว่าด้วยเหยื่อล่อ” ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบกลไกของกิเลสและตัณหาไว้อย่างคมคาย เพื่อชี้ให้เห็นว่า “ความสุข” ที่ปราศจากสติกำกับ อาจกลายเป็น “กับดัก” ที่กักขังเราไว้ในวัฏฏะอย่างถาวร