กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง Blog
ความยืดหยุ่นภายใต้กฎระเบียบ ในภาพจำเดิมๆ ของสังคมไทย พระภิกษุมักจำพรรษาอยู่ที่วัดใดวัดหนึ่งเป็นหลัก แต่ในโลกของการศึกษาพระปริยัติธรรมยุคใหม่ พระภิกษุที่เป็น “จศป.” (เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม) ไม่ได้เป็นเพียงพระลูกวัด แต่ท่านคือ “บุคลากรภาครัฐ” ภายใต้โครงสร้างคณะสงฆ์ คำถามที่น่าสนใจคือ เมื่อพระคุณเจ้าสวมหมวกความเป็น “เจ้าหน้าที่” ด้วย ท่านจะสามารถโยกย้าย เปลี่ยนที่ทำงาน หรือข้ามสายงานได้หรือไม่? เหมือนข้าราชการครูที่ย้ายโรงเรียนได้ไหม?
ความย้อนแย้งที่น่าสนใจ ในวงการการศึกษาคณะสงฆ์ มีคำถามโลกแตกที่ถามกันบ่อยที่สุดคำถามหนึ่งคือ “ตกลงแล้ว จศป. เป็นข้าราชการหรือไม่?” คำตอบคือ “ไม่ใช่”… แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าไม่ใช่ แล้วทำไมถึงใช้ระเบียบวินัยเดียวกับข้าราชการ? ทำไมเงินเดือนต้องผ่านกระทรวงการคลัง?
รอยต่อของ “ศรัทธา” กับ “ระบบงาน” ในอดีต ภาพจำของการทำงานในแวดวงศาสนา มักถูกขับเคลื่อนด้วย “ศรัทธา” เป็นที่ตั้ง จนบางครั้งเราอาจหลงลืมไปว่า บุคลากรทางการศึกษาพระปริยัติธรรม—ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ จิตอาสา หรือฆราวาส—ต่างก็คือ “มนุษย์ทำงาน” ที่ต้องการระบบบริหารจัดการที่มีมาตรฐาน
ในโลกของการศึกษาพระปริยัติธรรม (ปริยัติธรรม) ซึ่งเป็นรากฐานของคณะสงฆ์ไทย การบริหารจัดการบุคคลากรนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน แต่ในที่สุด เราก็ได้เห็นความชัดเจนที่สำคัญยิ่งในเชิง “ความเป็นรัฐ” ของเจ้าหน้าที่ เมื่อ “ประกาศคณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม เรื่อง บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๗” ถูกประกาศใช้
เมื่อ “เวลาสงฆ์” ต้องเดินตรงกับ “เวลางบ” ในโลกของการบริหารจัดการ องค์กรที่ขับเคลื่อนได้ไวที่สุดคือองค์กรที่มี “วินัยทางการเงิน” และ “ความชัดเจนของเวลา” ไม่เว้นแม้แต่สถาบันหลักของชาติอย่าง “คณะสงฆ์ไทย” เอกสารล่าสุดจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่แจ้งมติมหาเถรสมาคม (มส.) ฉบับนี้ ไม่ใช่แค่กระดาษแจ้งข่าวสารธรรมดา แต่มันคือ “สัญญาณการปฏิรูปเชิงธุรการ” ครั้งสำคัญ เป็นการประกาศว่า การบริหารจัดการคณะสงฆ์ยุคใหม่ จะต้องสอดรับกับระบบงบประมาณแผ่นดินอย่างไร้รอยต่อ ลดความล่าช้า และเน้นความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพรสาธุชนผู้แสวงหาความเบาสบายแห่งจิตใจทุกท่าน วันนี้อาตมาภาพมีคำถามง่ายๆ มาถามพวกเรา… “เหนื่อยไหมกับความคิดของตัวเอง?” เคยไหมโยม? เรื่องมันจบไปตั้งนานแล้ว แต่ในหัวเรายังไม่จบ ยังเอามาฉายซ้ำ รีเพลย์วนไปวนมา หรือบางทีเรื่องยังไม่เกิดเลย แต่เรา “มโน” ไปไกลแล้วว่า ถ้าเป็นแบบนั้นจะเป็นยังไง ถ้าเขาพูดแบบนี้เราจะตอบว่าไง ปรุงแต่งไปจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เครียด วิตกกังวล
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพร สาธุชนผู้ใฝ่หาความสงบสุขในการอยู่ร่วมกันทุกท่าน วันนี้อาตมภาพมีคำถามชวนคิดสำหรับคนทำงานยุคใหม่ โยมเคยรู้สึกไหม? ว่าการอยู่คนเดียวมันเหงา แต่การอยู่ร่วมกับคนอื่นมัน “วุ่นวาย” ในที่ทำงาน ในบ้าน หรือแม้แต่ในกลุ่มเพื่อน… เรามักเจอปัญหา “คนเยอะ เรื่องแยะ” ต่างคนต่างความคิด ต่างคนต่างอีโก้ ทะเลาะกัน ขัดแย้งกัน จนบางทีเราอยากจะหนีไปอยู่ป่าคนเดียวให้รู้แล้วรู้รอด
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพร สาธุชนผู้กำลังยืนอยู่บนทางแยกของชีวิตทุกท่าน วันนี้อาตมภาพมีคำถามที่เชื่อว่าทุกคนต้องเคยถามตัวเองอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต… “เราควรจะอยู่ตรงนี้ต่อ… หรือเราควรจะไป?” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่ทำอยู่ เรื่องแฟนที่คบอยู่ หรือแม้แต่สังคมที่เราเอาตัวเข้าไปคลุกคลี บางครั้งเราก็สับสน เลือกไม่ถูก ใจหนึ่งก็เสียดายความสบาย เสียดายเงินเดือน เสียดายความผูกพัน แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่า “มันไม่ใช่” อยู่ไปก็เหมือนใจจะขาด ร้อนรน ไม่มีความสุข
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตมุ่งมั่นในธรรมทุกท่าน วันนี้อาตมาภาพมีเรื่องชวนสงสัยมาเล่าให้ฟัง โยมเคยรู้สึกไหม? เวลาเราตั้งใจจะทำอะไรดีๆ สักอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ หรือรักษาศีล แรกๆ ไฟแรงมาก ตั้งใจดิบดี แต่พอทำไปสักพัก… ไฟมอด จิตมันรู้สึก “หนืดๆ” “ฝืดๆ” เหมือนรถที่ใส่เบรกมือค้างไว้แล้วพยายามจะเร่งเครื่อง หรือบางทีก็รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ ถ่วงขาเอาไว้ จะก้าวไปข้างหน้าก็ก้าวไม่ออก
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพร สาธุชนผู้แสวงหาความงดงามในจิตใจทุกท่าน วันนี้อาตมภาพมีคำถามชวนคิด… “ครั้งสุดท้ายที่มีคนมาตำหนิเรา หรือวิจารณ์เรา… เราทำหน้ายังไง?” เราเถียงเขากลับทันทีไหม? เราโกรธจนหน้าแดงไหม? หรือเราแกล้งเปลี่ยนเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนความผิด?