กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง Blog
(กรุงเทพมหานคร – ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๘) – บรรยากาศการตรวจใบตอบข้อสอบธรรมสนามหลวง ชั้นโท-เอก และธรรมศึกษาชั้นตรี-โท-เอก ของสำนักเรียนส่วนกลาง ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ณ วัดเสมียนนารี พระอารามหลวง เขตจตุจักร เป็นไปอย่างเข้มข้นและเต็มไปด้วยพลังสามัคคีธรรมของคณะสงฆ์ โดยในปีนี้ได้รับความเมตตาจากพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่เดินทางมาตรวจเยี่ยมและถวายกำลังใจแก่คณะกรรมการฯ อย่างเนืองแน่น
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพรสาธุชนผู้มีปัญญาแสวงหาอิสรภาพทุกท่าน วันนี้อาตมภาพอยากชวนพวกเรามาคุยเรื่อง “การแก้ปัญหาชีวิต” โยมเคยสังเกตไหม? เวลาชีวิตมีปัญหา คนส่วนใหญ่มักจะวิ่งวุ่นกับการ “ดับไฟ” ไฟไหม้ตรงนี้ก็ดับตรงนี้ ปวดหัวก็กินยา ทะเลาะกับแฟนก็ไปง้อ เงินไม่พอก็ไปกู้ เราทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์ที่แก้ไม่ตกสักที
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพรสาธุชนผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์ทุกท่าน วันนี้อาตมภาพอยากชวนพวกเรามาคุยกันเรื่อง “ความเข้าใจผิด” ที่น่ากลัวที่สุดเรื่องหนึ่งในวงการนักปฏิบัติธรรม เคยสงสัยไหมโยม? ว่าทำไมบางคนเข้าวัดมาเป็นสิบปี นั่งสมาธิเก่งมาก นั่งทีไรตัวแข็งทื่อ ไม่ไหวติง จิตสงบนิ่งเหมือนผิวน้ำ แต่พอถอนสมาธิออกมา เจอคนขับรถปาดหน้าหน่อยเดียว… ระเบิดลงทันที! หรือพอกลับถึงบ้าน ลูกหลานทำอะไรไม่ถูกใจ ก็วีนแตก บ้านแตกสาแหรกขาด
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพรสาธุชนผู้แสวงหาความสะอาดบริสุทธิ์แห่งจิตใจทุกท่าน วันนี้อาตมภาพมีคำถามสั้นๆ ให้พวกเราลองถามตัวเอง… “วันนี้โลกของโยมสีอะไร?” บางวันเราตื่นมา รู้สึกว่าโลกนี้ช่างสดใส น่าอยู่ ผู้คนน่ารัก แต่บางวัน ตื่นมาก็รู้สึกว่าโลกนี้มันหม่นหมอง ขวางหูขวางตาไปหมด ทั้งที่พระอาทิตย์ก็ดวงเดิม ท้องฟ้าก็ผืนเดิม คนรอบข้างก็คนเดิม… แล้วทำไม “สี” ของโลกในสายตาเราถึงเปลี่ยนไป?
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพรสาธุชนผู้แสวงหาความสำเร็จและความสุขที่แท้จริงทุกท่าน วันนี้อาตมภาพมีคำถามสั้นๆ ให้พวกเราลองถามใจตัวเองดู… “คุณมีความหวังไหม?”
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพรสาธุชนผู้ใฝ่ธรรมทุกท่าน วันนี้อาตมาภาพมีเรื่องชวนคุย เป็นเรื่องใกล้ตัวที่พวกเราอาจมองข้ามไป เคยสังเกตไหมว่า บางครั้งเราเป็นทุกข์ ไม่ใช่เพราะขาดแคลน ไม่ใช่เพราะเจ็บป่วย แต่ทุกข์เพราะ “ใจมันร้อน” ร้อนเพราะอยากได้ ร้อนเพราะไม่ได้ดั่งใจ หรือร้อนเพราะเห็นคนอื่นได้ดีกว่า
หนึ่งในคำถามที่ยากที่สุดของชีวิตคือ “เราควรจะอยู่ตรงนี้ต่อไหม?” ไม่ว่าจะเป็นงานที่ทำอยู่ ความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ หรือสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ เรามักลังเลด้วยเหตุผลร้อยแปด “งานหนักนะแต่เงินดี” “เขาแย่นะแต่เขาก็ดูแลเราดี” หรือ “ที่นี่สบายนะแต่รู้สึกเหมือนชีวิตไม่มีค่า”
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึง “ติด” อยู่ที่เดิม? ทั้งที่ขยันอ่านหนังสือธรรมะ ทั้งที่พยายามทำสมาธิ แต่ทำไมความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณกลับดูริบหรี่ เหมือนมีอะไรบางอย่างคอยฉุดรั้งเราไว้? ความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่เพราะบุญวาสนาน้อย แต่เป็นเพราะเรากำลังถูก “ล็อก” ไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
มนุษย์เรามีอคติทางจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Self-Serving Bias คือเรามักตัดสินผู้อื่นจากการ “กระทำ” แต่ตัดสินตนเองจาก “เจตนา” เราจึงมักมองไม่เห็นความผิดพลาดของตัวเอง และสงสัยเสมอว่า “ทำไมไม่มีใครเตือนเราเลย?” หรือ “ทำไมคนรอบข้างถึงถอยห่าง?”
คุณเคยเป็นไหม? รู้ทั้งรู้ว่ากินของหวานไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ยังอดใจไม่ไหว… รู้ทั้งรู้ว่าความโกรธทำลายความสัมพันธ์ แต่ก็ยังเผลอเหวี่ยงวีน… รู้ทั้งรู้ว่าการช้อปปิ้งแก้เครียดไม่ได้ช่วยอะไรระยะยาว แต่ก็ยังกดสั่งของ…