กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง Blog
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพรญาติโยม สาธุชนผู้มีบุญทุกท่าน… วันนี้อาตมาจะพาพวกเราย้อนเวลา… ไม่ใช่แค่ร้อยปีหรือพันปี แต่ย้อนไปไกลถึงสมัยที่โลกนี้ถูกปกครองด้วยระบบจักรพรรดิ ย้อนไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อไปฟังเรื่องราวของบุรุษผู้หนึ่ง ที่เรียกได้ว่าเป็น “Icon” แห่งความสำเร็จ ทั้งทางโลกและทางธรรมในยุคนั้น
ความสำเร็จมีเพดานหรือไม่? ในโลกธุรกิจ เรามักเชิดชูผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดว่าเป็น “Master” หรือ “Guru” แต่ใน “มหาโควินทสูตร” (Maha-Govinda Sutta) พระพุทธเจ้าได้ทรงเปิดเผยประวัติศาสตร์ส่วนพระองค์ที่ชวนให้โลกตะลึง เรื่องราวของอดีตชาติที่พระองค์เคยเป็นถึง “มหาโควินทพราหมณ์” ผู้ยิ่งใหญ่ระดับผู้จัดสรรแผ่นดิน (Land Planner) และศาสดาผู้พาคนไปสวรรค์นับแสน
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพรญาติโยม สาธุชนผู้มีบุญทุกท่าน… วันนี้อาตมาอยากชวนพวกเราคุยเรื่องที่ท้าทายความรู้สึก และเป็นคำถามที่ค้างคาใจมนุษย์เรามาตลอดประวัติศาสตร์ นั่นคือคำถามว่า “ตายแล้วไปไหน?” และ “ความดีที่เราทำ มันส่งผลจริงหรือ?”
หลักฐานจากโลกหลังความตาย ในประวัติศาสตร์พุทธศาสนา เรามักได้ยินเรื่องราวการบรรลุธรรมของผู้ที่มีชีวิตอยู่ แต่ “ชนวสภสูตร” (Janavasabha Sutta) กลับทำหน้าที่เสมือน “รายงานหลังการเสียชีวิต” (Post-mortem Report) ที่หาได้ยากยิ่ง พระสูตรนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าปาฏิหาริย์ แต่คือการยืนยันผลสัมฤทธิ์ของระบบการปฏิบัติธรรม ผ่านปากคำของพยานปากเอกระดับประวัติศาสตร์ นั่นคือ พระเจ้าพิมพิสาร ผู้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในรูปลักษณ์ใหม่ เพื่อพิสูจน์ว่า “อริยบุคคล” นั้นมีอยู่จริงและไม่สูญสลายไปตามกาลเวลา
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพรญาติโยม สาธุชนผู้มีบุญทุกท่าน… วันนี้อาตมามีความยินดีที่ได้มาพบปะกับพวกเรา ในยุคสมัยที่โลกหมุนเร็วเหลือเกิน พวกเราหลายคนในที่นี้ อาจจะกำลังวิ่งวุ่นอยู่กับการสร้างชีวิต บางคนกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว บางคนกำลังไล่ล่าความฝัน อยากมีบ้านหลังใหญ่ อยากมีรถหรู อยากมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่มั่นคง หรือพูดง่ายๆ ว่า เราทุกคนล้วนปรารถนา “ความสำเร็จ” และ “ความมั่นคง” ด้วยกันทั้งนั้น
บทนำ ในโลกทุนนิยมที่ความสำเร็จถูกวัดด้วยตัวเลขในบัญชีและตำแหน่งแห่งหน เราต่างวิ่งไล่ล่าความเป็น “ที่สุด” แต่ มหาสุทัสสนสูตร (Maha-Sudassana Sutta) กลับพาเราย้อนกลับไปตั้งคำถามที่สั่นสะเทือนรากฐานของความทะเยอทะยานนั้น ผ่านเรื่องราวของ พระเจ้ามหาสุทัสสนะ มหาจักรพรรดิผู้ครอบครองทุกสิ่งที่มนุษย์พึงปรารถนา แต่สุดท้าย… ทรงค้นพบว่าความจริงแท้ไม่ได้อยู่ที่การ “ครอบครอง” แต่อยู่ที่การ “ปล่อยวาง”
บทนำ: บทส่งท้ายที่ไม่ใช่จุดจบ แต่คือการเริ่มต้นของระบบ หากเรามองพระพุทธเจ้าในฐานะมหาบุรุษผู้ก่อตั้งองค์กรทางจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “มหาปรินิพพานสูตร” (Mahaparinibbana Sutta) ก็เปรียบเสมือนบันทึกเหตุการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ (Transition of Power) ที่ละเอียดอ่อนและแยบคายที่สุด
บทนำ หากเปรียบพระพุทธศาสนาเป็นระบบปฏิบัติการทางจิตวิญญาณ “มหานิทานสูตร” (The Great Causes Discourse) ก็คือการเปิดเผย Source Code ส่วนที่ซับซ้อนที่สุดที่เรียกว่า “ปฏิจจสมุปบาท” พระสูตรนี้ไม่ใช่เพียงหลักปรัชญาเฝือๆ แต่คือการอธิบาย “ทฤษฎีความสัมพันธ์เชิงเหตุผล” (Causal Relativity) ที่แม่นยำราวจับวาง ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่นามธรรมในจิตใจไปจนถึงรูปธรรมอย่างสงครามและการเมือง
บทนำ: เมื่อประวัติศาสตร์ไม่ได้เริ่มที่ปัจจุบัน ในแวดวงการศึกษาพุทธศาสนา เรามักคุ้นเคยกับพุทธประวัติของพระสมณโคดม แต่ “มหาปทานสูตร” กลับทำหน้าที่เสมือนจดหมายเหตุทางจิตวิญญาณ (Spiritual Archives) ที่พาเราย้อนเวลากลับไปไกลกว่านั้น พระสูตรนี้มิใช่เพียงการเล่าตำนานปรัมปรา แต่คือการเปิดเผย “คลังข้อมูล” ระดับจักรวาลที่ชี้ให้เห็นว่า การอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้านั้นมี “แบบแผน” (Pattern) ที่แน่นอนและเป็นระบบ
บทนำ: วิกฤตศรัทธาและคำถามถึง “อภิสิทธิ์แห่งศาสดา” ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วย “ไลฟ์โค้ช” ทางจิตวิญญาณ และสำนักปฏิบัติธรรมที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด คำถามสำคัญที่คนรุ่นใหม่มักตั้งข้อสงสัยคือ “เราใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการวัดคุณภาพของครูบาอาจารย์?” และ “ศาสดาหรือผู้สอนธรรม เป็นบุคคลที่แตะต้องวิจารณ์ไม่ได้จริงหรือ?”