กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง Blog
การปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์โดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาไทย คำถามสำคัญคือ: พระองค์ทรงมีจุดประสงค์และแรงผลักดันอะไรบ้างในการปฏิรูปครั้งนี้?
คำถามที่ว่า “สนามหลวงจัดสอบกี่ครั้งต่อปี?” นั้น มีคำตอบที่เปลี่ยนไปตามบริบทและการพัฒนาของระบบการศึกษาคณะสงฆ์ โดยสามารถแบ่งวิวัฒนาการออกเป็นยุคสำคัญดังนี้
การจัดระบบการศึกษานักธรรมของคณะสงฆ์ไทยไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ในชั่วข้ามคืน แต่มีวิวัฒนาการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยเฉพาะในมิติของ จำนวนและลักษณะของสนามสอบ ที่ขยายตัวและปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในเมืองหลวง สู่ความเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วแผ่นดิน
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเป็นผู้ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทยครั้งสำคัญ จากระบบที่เน้นบาลีแบบเดิม สู่หลักสูตรที่เปิดกว้างโดยเน้น “ธรรมะภาษาไทย” ควบคู่กับการศึกษาภาษาบาลี
เมื่อได้ยินคำว่า “สนามหลวง” คนไทยส่วนใหญ่มักนึกถึงสนามหญ้าขนาดใหญ่รูปวงรีที่ตั้งอยู่ข้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญของบ้านเมือง แต่ในแวดวงคณะสงฆ์และการศึกษาพระปริยัติธรรม คำว่า “สนามหลวง” มีความหมายที่ลึกซึ้งและเฉพาะเจาะจงกว่านั้น
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พ.ศ. ๒๔๐๓ – ๒๔๖๔) ทรงได้รับการยกย่องเป็น “สถาปนิกเอก” ผู้วางรากฐานการศึกษาและการบริหารคณะสงฆ์ไทยสมัยใหม่ พระกรณียกิจในการปฏิรูปการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมของพระองค์ คือจุดกำเนิดของระบบ “นักธรรม” และ “สนามหลวง” ที่มีมาตรฐานสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยทรงดำรงฐานะเป็น แม่กองธรรมสนามหลวงรูปแรก (โดยพฤตินัย) ผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาไทย
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ (เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ และต่อมาทรงเลื่อนเป็น กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์) ทรงเป็นพระมหาเถระผู้เปี่ยมด้วยพระวิสัยทัศน์ และทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการวางรากฐานและจัดวางระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมของคณะสงฆ์ไทยให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ในการจัดระบบ “นักธรรม” ให้เป็นปึกแผ่นมั่นคงสืบมา
การศึกษาพระพุทธศาสนาในระบบคณะสงฆ์ไทย มีโครงสร้างที่เป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน ซึ่งรากฐานสำคัญนี้วางโดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระองค์ทรงปฏิรูปการศึกษาโดยอิงจากพระวินัย และจัดระบบ “ภูมิความรู้” อันเป็นต้นแบบของหลักสูตรนักธรรมในปัจจุบัน
หนึ่งในปัจจัยสำคัญทางรัฐประศาสโนบายของรัฐบาลสยาม ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่กระตุ้นให้คณะสงฆ์ต้องเร่งสร้างมาตรฐานการศึกษาใหม่ จนนำไปสู่การวางรากฐานระบบการสอบ “นักธรรม” อย่างเป็นทางการ คือการประกาศใช้ พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๔)
ในยุคแรกๆ การสอบนักธรรมในประเทศไทยยังไม่มี “มาตรฐานกลาง” ที่ชัดเจนเหมือนทุกวันนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ “ความเหลื่อมล้ำ”