Tagged: กฎหมายคณะสงฆ์

0

กระบวนการและหลักเกณฑ์ในการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา: การวิเคราะห์ตามระเบียบปฏิบัติทางคณะสงฆ์และราชการ

“วิสุงคามสีมา” หมายถึง เขตที่ดินที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานแก่คณะสงฆ์เป็นการเฉพาะ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบสังฆกรรมสำคัญตามพระธรรมวินัย เช่น การอุปสมบท การสถานภาพของวิสุงคามสีมาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสมบูรณ์แห่งสังฆกรรม การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นกระบวนการที่มีขั้นตอนละเอียดอ่อนและต้องอาศัยการพิจารณาตามลำดับชั้นการปกครองทั้งฝ่ายอาณาจักรและพุทธจักร เพื่อให้การพระราชทานเป็นไปโดยถูกต้องตามหลักเกณฑ์และโบราณราชประเพณี

0

แนวทางการพิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์ระยะห่างในการสร้างวัดและฟื้นฟูวัดร้างตามระเบียบปฏิบัติทางคณะสงฆ์

ในการบริหารจัดการศาสนสมบัติและศาสนสถานของพระพุทธศาสนา การกำหนดที่ตั้งของวัดให้มีความเหมาะสมและมีการกระจายตัวอย่างทั่วถึงถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยทั่วไป กฎเกณฑ์กำหนดให้วัดที่สร้างใหม่ต้องมีระยะห่างจากวัดเดิมไม่น้อยกว่า ๒ กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและความจำเป็นในบริบทของแต่ละพื้นที่ ระเบียบปฏิบัติทางกฎหมายได้เปิดช่องทางให้มีการ “ขอยกเว้น” หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด บทความนี้จะอธิบายถึงแนวทางและกรณีที่สามารถดำเนินการขอยกเว้นเกณฑ์ระยะห่างระหว่างวัดได้

0

กบป. กับการพิทักษ์ระบบคุณธรรม: กลไกสร้างความเป็นธรรมและยกระดับการบริหารงานบุคคลสงฆ์สู่มาตรฐานสากล

กบป. กับบทบาทการพิทักษ์ระบบคุณธรรมในการศึกษาพระปริยัติธรรม การบริหารงานบุคคลของการศึกษาพระปริยัติธรรมในปัจจุบัน กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบนิติรัฐที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยมี คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.) ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (Merit Protection) เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและยุติธรรมตามหลักเกณฑ์ที่เป็นสากล ดังนี้:

0

ธรรมาภิบาลบุคลากรสงฆ์: เจาะลึกมาตรฐานวินัยและคุณสมบัติ “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.)” ตามระเบียบใหม่

การยกระดับสถานะของ “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม” (จศป.) ภายใต้โครงสร้างกฎหมายใหม่ มิใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อเรียกตำแหน่ง หากแต่เป็นการวางรากฐานระบบบริหารงานบุคคลของคณะสงฆ์ให้ก้าวสู่ความเป็น “นิติรัฐ” ที่มีมาตรฐานเทียบเคียงได้กับระบบข้าราชการพลเรือน โดยมีการกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติและกรอบจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ไว้อย่างรัดกุม ดังรายละเอียดสำคัญต่อไปนี้

0

ธรรมาภิบาลศาสนสมบัติ: เจาะลึกระเบียบและการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดตามกฎหมายคณะสงฆ์

การบริหารจัดการ “วัด” ในปัจจุบัน มิใช่เพียงเรื่องของการเผยแผ่ศาสนาและประกอบพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบในฐานะ “นิติบุคคล” ที่ต้องดูแลรักษาทรัพย์สินให้ถูกต้องตามหลักกฎหมาย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๓๕) และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้วางกรอบระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับ “ศาสนสมบัติ” ไว้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความโปร่งใสและรักษาศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

0

สถานะทางกฎหมายและการบริหารจัดการ: บทวิเคราะห์เจาะลึก ‘ศาสนสมบัติกลาง’ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์

ในการบริหารกิจการพระพุทธศาสนา “ทรัพย์สิน” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องมีการจัดการด้วยความรอบคอบและรัดกุม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ศาสนสมบัติกลาง” ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนรวมของพระศาสนาที่มิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดใดวัดหนึ่งโดยเฉพาะ บทความนี้จะนำเสนอสาระสำคัญเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมาย อำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษา และมาตรการคุ้มครองศาสนสมบัติกลาง ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และกฎมหาเถรสมาคม

0

ศาสนสมบัติกลาง: นิยาม สถานะทางกฎหมาย และกลไกการบริหารจัดการทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา

ทรัพย์สินในพระพุทธศาสนา หรือที่เรียกว่า “ศาสนสมบัติ” เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและมีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของสถาบันศาสนา กฎหมายคณะสงฆ์ไทยได้จำแนกศาสนสมบัติออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ “ศาสนสมบัติของวัด” และ “ศาสนสมบัติกลาง” บทความนี้จะมุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจโครงสร้างทางกฎหมายของ “ศาสนสมบัติกลาง” ครอบคลุมตั้งแต่นิยาม ผู้รับผิดชอบ ที่มาของทรัพย์สิน ตลอดจนมาตรการคุ้มครองทางกฎหมายที่เข้มงวด

0

วิวัฒนาการทางกฎหมายและอำนาจหน้าที่: องค์กรผู้ดูแลรักษา ‘ศาสนสมบัติกลาง’ จากอดีตสู่ปัจจุบัน

การบริหารจัดการทรัพย์สินในพระพุทธศาสนา หรือที่เรียกว่า “ศาสนสมบัติกลาง” เป็นประเด็นที่มีความสำคัญยิ่งในทางกฎหมายคณะสงฆ์ โดยกฎหมายได้กำหนดนิติสัมพันธ์และมอบหมายอำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษาให้แก่องค์กรของรัฐ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามยุคสมัยของกฎหมายหลักที่ใช้บังคับ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

0

นิติกรรมและการสิ้นสุดสถานภาพ: มูลเหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่ง ‘เจ้าอาวาส’ ตามกฎหมายคณะสงฆ์

ตำแหน่ง “เจ้าอาวาส” ถือเป็นตำแหน่งพระสังฆาธิการที่มีความสำคัญยิ่งในการปกครองดูแลวัดและศาสนสมบัติ อย่างไรก็ตาม การดำรงอยู่ของตำแหน่งนี้ย่อมอยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และ กฎมหาเถรสมาคม (โดยเฉพาะฉบับที่ ๑๖ และ ๒๔) ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนพระสังฆาธิการ ซึ่งได้กำหนด “มูลเหตุ” ที่ทำให้เจ้าอาวาสต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ไว้เป็น ๓ ลักษณะสำคัญ ดังนี้

0

หลักเกณฑ์และคุณสมบัติ: การเข้าสู่ตำแหน่ง ‘เจ้าคณะภาค’ ตามกฎมหาเถรสมาคม

ตำแหน่ง “เจ้าคณะภาค” ถือเป็นตำแหน่งบริหารระดับสูงในการปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค มีหน้าที่กำกับดูแลคณะสงฆ์ในเขตจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อให้การคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้บุคคลผู้มีความเหมาะสม การแต่งตั้งจึงต้องเป็นไปตาม กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ซึ่งได้บัญญัติหลักเกณฑ์แบ่งออกเป็นคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้