Tagged: คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม

0

ระบบวินัยกับการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลของคณะสงฆ์

การศึกษาพระปริยัติธรรมในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปครั้งสำคัญ ภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อสร้างมาตรฐานทางการศึกษา ควบคู่ไปกับการรักษาไว้ซึ่งพระธรรมวินัยอันเป็นรากฐานสำคัญของพระพุทธศาสนา การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารจัดการให้มีความเป็นระบบและสอดคล้องกับบริบทสังคมร่วมสมัยนี้ ทำให้หลักการธรรมาภิบาลหรือหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของการบริหารงานบุคคล ซึ่งเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย และส่งผลโดยตรงต่อขวัญ กำลังใจ และความมั่นคงของบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านศาสนศึกษา

0

ปริยัตินิเทศก์: กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาพระปริยัติธรรม

การศึกษาพระปริยัติธรรมเป็นรากฐานสำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป เพราะความเจริญรุ่งเรืองของพระธรรมวินัยย่อมขึ้นอยู่กับความเข้าใจที่ถูกต้องแม่นยำของเหล่าศาสนทายาท ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและการปฏิรูปโครงสร้างทางกฎหมายคณะสงฆ์ครั้งสำคัญภายหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ การจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยมิได้จำกัดอยู่เพียงขอบเขตของบุญกิริยาภายในวัดเท่านั้น หากแต่ได้ยกระดับเข้าสู่ระบบมาตรฐานวิชาชีพที่มีกฎหมายรองรับอย่างเต็มรูปแบบ

0

ผ่าโครงสร้างอำนาจ ‘กศป.’: องค์กรนโยบายสูงสุดผู้กุมทิศทางการศึกษาคณะสงฆ์ไทย

ภายใต้ร่มเงาของ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ระบบการศึกษาของคณะสงฆ์ได้ถูกยกระดับเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การขับเคลื่อนของ “คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม” (กศป.) ซึ่งทำหน้าที่เสมือน “สมองก้อนโต” หรือองค์กรนโยบายสูงสุด (Supreme Policy Body)

0

ผ่าระเบียบใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๗: เจาะลึกกระบวนการและลำดับชั้นอำนาจในการจัดตั้ง ‘สำนักศาสนศึกษา’

ในอดีต การขยายโอกาสทางการศึกษาของคณะสงฆ์มักขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและบริบทของแต่ละพื้นที่ แต่ภายใต้ร่มเงาของ พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ และข้อบังคับใหม่ปี พ.ศ. ๒๕๖๗ การจัดตั้ง “สำนักศาสนศึกษา” (หน่วยจัดการศึกษาแผนกธรรมและบาลีภายในวัด) ได้ถูกวางระบบใหม่ให้มีความรัดกุมและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ กระบวนการนี้มิใช่เพียงพิธีกรรมทางเอกสาร แต่คือการกลั่นกรองคุณภาพผ่านลำดับชั้นการปกครองสงฆ์ที่ซับซ้อน เพื่อให้มั่นใจว่าสถานศึกษาที่เกิดขึ้นใหม่จะมีศักยภาพเพียงพอในการสร้างศาสนทายาท