Tagged: ประวัติศาสตร์การศึกษาไทย

0

ธรรมยาตราบนรางเหล็ก: เปิดบันทึกความร่วมมือ “รัฐ-สงฆ์-รถไฟ” ในการสอบธรรม พ.ศ. 2508

ในยุคสมัยที่ถนนหนทางยังไม่เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อทุกอณูของประเทศเหมือนปัจจุบัน และการสื่อสารยังต้องพึ่งพาจดหมายตราครุฑเป็นหลัก ท่ามกลางเสียงหวีดรถไฟที่ดังก้องจากสถานีหัวลำโพง ภาพของพระภิกษุสามเณรนับร้อยรูปในจีวรสีอำพันที่กำลังก้าวขึ้นสู่ตู้โดยสารไม้ คือภาพจำอันงดงามของความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ระหว่าง “อาณาจักร” และ “ศาสนจักร” เพื่อภารกิจที่ชื่อว่าการสอบธรรมสนามหลวง พุทธศักราช 2508

0

ธรรมศึกษา: การขยายโอกาสทางธรรมสู่ฆราวาส

บทนำ: กำแพงวัดที่เปิดออก หากย้อนกลับไปในช่วงแรกเริ่มของการปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์ในสมัยรัชกาลที่ ๖ เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงริเริ่มหลักสูตร “นักธรรม” ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ภาพที่เราเห็นคือความตื่นตัวภายในวงล้อมของกำแพงวัด พระภิกษุสามเณรต่างพากันศึกษาพระธรรมวินัยภาษาไทยอย่างขะมักเขม้น เพื่อสร้างมาตรฐานความรู้ให้สมกับสมณเพศ แต่ในขณะนั้น “ธรรมะ” ที่เป็นระบบระเบียบเช่นนี้ ยังคงจำกัดวงอยู่เพียงผู้ครองผ้ากาสาวพัสตร์เท่านั้น ฆราวาสญาติโยมภายนอกยังคงเรียนรู้ศาสนาผ่านการฟังเทศน์ตามประเพณีดั้งเดิม

0

พระอัจฉริยภาพทางภาษา: จากบาลีไวยากรณ์สู่แบบเรียนภาษาอังกฤษ

ปราชญ์ผู้กุมกุญแจสู่โลกกว้าง ท่ามกลางกระแสธารแห่งการเปลี่ยนแปลงในรอยต่อของสยามยุคเก่าและยุคใหม่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเปรียบเสมือน “สะพาน” ที่เชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันผ่าน “ภาษา” พระองค์มิได้ทรงเชี่ยวชาญเพียงภาษาไทยที่เป็นภาษาแม่ แต่ทรงรอบรู้แตกฉานในภาษาบาลี สันสกฤต อังกฤษ ฝรั่งเศส และละติน การเรียนรู้ภาษาของพระองค์เปรียบเสมือนการติดปีกทางปัญญา ที่ทําให้ทรงมี “ตา” และ “หู” ที่กว้างไกลกว่าคนทั่วไปในยุคสมัยเดียวกัน

0

จากลานวัดสู่ห้องเรียน: เมื่อ “พระสงฆ์” สวมบทครู ปั้นรากฐานประถมศึกษาไทยสมัย ร.๕

เสียงท่องหนังสือกลางศาลาและพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง ในวันที่แสงแดดอ่อนทอแสงลงบนลานทรายของวัดวาอาราม ภาพที่ชาวสยามคุ้นตาคือเด็กชายตัวน้อยในชุดผ้าผ่อนเรียบง่าย หิ้วปิ่นโตเดินตามหลังพระภิกษุผู้สงบเสงี่ยม หรือไม่ก็นั่งล้อมวงกันบนศาลาไม้หลังเก่า เสียง “นะโม ก ข” ดังประสานไปกับเสียงระฆังที่กังวานบอกเวลา นี่คือภาพจำของวิถีการเรียนรู้ที่ฝังรากลึกมานับศตวรรษ วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่บำเพ็ญกุศล แต่เป็นห้องเรียนแห่งแรก และพระสงฆ์คือแม่พิมพ์ผู้เจียระไนกุลบุตรให้มีความรู้และศีลธรรม

0

นวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ “วัดเป็นโรงเรียน”: พลิกวิกฤตทรัพยากรสู่รากฐานการศึกษาสมัยใหม่

นวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ “วัดเป็นโรงเรียน”: พลิกวิกฤตทรัพยากรสู่รากฐานการศึกษาสมัยใหม่ ในยุคที่สยามประเทศต้องเร่ง “อัปเกรด” ระบบปฏิบัติการของชาติให้ทันสมัยทัดเทียมตะวันตก โจทย์ที่ยากที่สุดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) คือการขยายการศึกษาให้ทั่วถึงราษฎรในเวลาอันสั้นท่ามกลางข้อจำกัดมหาศาล ท่ามกลางวิกฤตนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเสนอทางออกที่เป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญผ่านกุศโลบาย “ใช้วัดเป็นโรงเรียน ใช้พระเป็นครู” ซึ่งหากเราวิเคราะห์ด้วยสายตาคนทำงานยุคปัจจุบัน นี่คือแนวคิดการบริหารจัดการที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ผ่าน ๔ มิติดังนี้ครับ

0

พลิกโฉมพุทธจักรสู่รัฐสมัยใหม่: ถอดรหัส ๔ วัตถุประสงค์แห่ง พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑

ถอดรหัส พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑: เมื่อ “ระเบียบสงฆ์” คือพิมพ์เขียวแห่งการพัฒนาชาติ ในบรรดาการปฏิรูปครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) การประกาศใช้ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียง “วัตรปฏิบัติ” ของพระสงฆ์ แต่เป็นการจัดวางระบบปฏิบัติการ (Operating System) ใหม่ให้กับพุทธจักรไทยเพื่อให้สอดรับกับความเป็น “รัฐสมัยใหม่”

0

สยามปริวรรต: บทบาทสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ในฐานะ “สถาปนิกทางปัญญา” คู่พระทัยรัชกาลที่ ๕

คู่คิดการปฏิรูป: บทบาทเคียงข้างรัชกาลที่ ๕ พลิกโฉมสยามสู่ “รัฐสมัยใหม่” (Modern State) ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เข้มข้นที่สุดยุคหนึ่งคือรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ซึ่งเป็นยุคที่สยามต้องเผชิญกับมรสุมแห่งลัทธิล่าอาณานิคม การรักษาอธิปไตยของชาติในเวลานั้นมีเพียงหนทางเดียว คือการเร่งปฏิรูป (Reform) และสร้างความทันสมัย (Modernization) ให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ